สธ.-บุกสำนัก‘ถีบ’รักษาโรค ฟัน3ข้อหาหนัก

สธ.แจ้งจับ ‘อาจารย์เอก ฝ่ามือพลังจิต’ 3 ข้อหา หลังตำรวจปคบ.-ผอ.สบส. บุกค้นโรงแรมย่านบางบัวทองที่ตั้งสำนักรักษาอัมพฤกษ์ แต่ไร้เงาหมอพลังจิต-ลูกศิษย์ อ้างต้องไปออกรายการดัง ยึดน้ำมัน 5 ขวดเล็กและไฟแช็กในพานทองส่งตรวจสอบ พร้อมให้ ‘สสจ.อุบลฯ’ ลุยตรวจสอบสำนักงานใหญ่ที่วารินชำราบ ‘หมอชลน่าน’ อ้างเป็นศาสตร์ใหม่ก็ต้องเข้ารับการตรวจประเมินขึ้นบัญชีเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตามกฎหมาย ก่อนเปิดรักษาผู้คน

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.4 บก.ปคบ. พร้อมนายชาตรี พินใย ผอ.กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข นายปวีณวัช ปาระมีศรี อำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี นำกำลังเข้าตรวจสอบโรงแรมศศิ นนทบุรี แอนด์ อพาร์ตเมนต์ ริมกาญจนาภิเษก ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง สถานที่นายกีรติ สมคิด อายุ 53 ปี หรือ อาจารย์เอก ฝ่ามือพลังจิต เปิดทำการรักษา ผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์และโรคชนิดต่างๆ ให้ ผู้ป่วยที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ พร้อมกับเชื้อเชิญให้หน่วยงานต่างๆ ไปพิสูจน์การรักษาผู้ป่วยด้วยศาสตร์พลังจิตที่เจ้าตัวอ้างว่าเป็นศาสตร์การรักษาทางเลือกให้กับผู้ป่วย

จากการตรวจสอบไม่พบทีมงานของนายกีรติแม้แต่คนเดียว มีเพียงผู้จัดการของโรงแรมซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ เป็นผู้นำพาเข้าตรวจสอบสถานที่ต่างๆ ภายในห้องที่กลุ่มลูกศิษย์มาเช่าพัก เพื่อให้นายกีรติเดินทางมารักษา เบื้องต้นทราบว่านายกีรติและกลุ่มลูกศิษย์ ผู้ติดตามทั้งหมดไปออกรายการโหนกระแสในช่วงบ่ายของวันนี้ และแจ้งเปิดให้บริการใหม่อีกครั้งในต้นเดือนหน้าแทน โดยอ้างว่าเปิดรับการรักษาให้ผู้ป่วยได้ให้บริการไปจนครบตามคิวรักษาแล้ว

เจ้าหน้าที่พบบริเวณประตูทางเข้าห้องรักษา มีกล่องรับบริจาคของมูลนิธิพลังแผ่นดินตั้งอยู่และตรวจสอบพบขวดใส่น้ำมันขนาดเล็ก 5 ขวด พร้อมไฟแช็ก 1 อัน วางอยู่ในพานสีทองบริเวณเก้าอี้นั่ง จึงตรวจอายัดไว้นำไปตรวจสอบ

นายชาตรีเผยว่า เบื้องต้นพบการเช่าห้องพักกับโรงแรมแห่งนี้มาตั้งแต่เดือนม.ค.ที่ผ่านมา เปิดเป็นสำนักงาน โดยมีพฤติกรรมที่นำไปโฆษณาในโซเชี่ยลซึ่งกระทำผิดกฎหมายในเรื่องของสถานพยาบาลและกฎหมายการประกอบอาชีพเวชกรรม รวมทั้งการประกอบอาชีพแพทย์แผนไทย รวม 3 ข้อหาด้วยกัน เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานไว้หมดแล้ว โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะเป็นแม่งาน มอบหมายให้ทางตัวแทนเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

นายชาตรีกล่าวอีกว่า จากการเข้าตรวจสอบในห้องที่เปิดทำการรักษาพบน้ำมันจำนวน 5 ขวด ที่ใช้ประกอบในการรักษาจึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐาน นอกจากนี้ยังสงสัยว่าน่าจะมีการขนย้ายวัสดุอุปกรณ์สิ่งของต่างๆ ออกไปก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจสอบในวันนี้ แต่ระหว่างการเข้าตรวจสอบทางเจ้าหน้าที่พบผู้ป่วยรายหนึ่งที่เดินทางมาเข้ารับการรักษาจึงสอบปากคำในเบื้องต้น เพื่อใช้เป็นสำนวนในการดำเนินคดีต่อไป

“ผู้ป่วยรายนี้จองคิวมาเข้ารับการรักษาตัวและยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วย นอกจากนี้ทางกระทรวงยังมีคำสั่งให้ทาง เจ้าหน้าที่ สสจ. (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด) ลงพื้นที่ตรวจสอบยังสำนักงานใหญ่ของนายกีรติ ที่เปิดสำนักงานหลักอยู่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ในช่วงบ่ายของวันนี้ด้วย แม้จะยังไม่พบว่ามีการร้องเรียนมาโดยตรงจากทางผู้ป่วยที่มาเข้ารับการรักษาโดยตรงก็ตาม เนื่องจากในเบื้องต้นตรวจสอบพบพฤติกรรมเข้าข่ายเปิดการรักษาด้วยการโฆษณา เหมือนเป็นการใช้โอกาสทางผ่านโซเชี่ยลเพื่อเอาเปรียบ หลอกลวงประชาชนซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย” นายชาตรีกล่าว

ด้านพ.ต.อ.สุพจน์เผยว่า จากการเข้าตรวจสอบพบการเปิดใช้เป็นสถานที่รักรักษาผู้ป่วยจริง เข้าข่ายฐานความผิดประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และประกอบสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ สบส. ประสารส่งตัวแทนเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. แจ้งความดำเนินคดีนายกีรติ หรือ อาจารย์เอก ฝ่ามือพลังจิต ในวันที่ 16 พ.ย.

ตรวจสำนัก – ตำรวจพร้อมด้วยจนท.สาธารณสุขเข้าตรวจสอบสำนัก อ.เอก ฝ่ามือพลังจิต ของนายกีรติ สมคิด (ภาพเล็ก) ใช้เป็นสถานที่รักษาคนไข้ในอ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ก่อนแจ้งดำเนินคดีหลายข้อหา เมื่อวันที่ 15 พ.ย.

วันเดียวกัน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ถึงกรณีนายกีรติใช้วิธีตบถีบรักษาคนด้วยพลังจิต ว่า ขณะนี้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงของ สธ.ทำหน้าที่และลงไปดูวิธีการ กระบวนการในการรักษาผู้ป่วย ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ได้รับอนุญาตอนุมัติหรือไม่ เพราะการรักษาดูแลคนไข้ถือเป็นการประกอบโรคศิลปะ การประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องได้รับการอนุญาต ทราบว่าตอนนี้ไปตรวจสอบแล้วไม่เข้าข่ายเป็นผู้ประกอบวิชาชีพหรือไม่เข้าข่ายเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายฉบับไหน ทั้งของแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก หรือแม้กระทั่งวิชาชีพเวชกรรมแพทย์ทั่วไป ถือว่ายังไม่ชอบด้วยกฎหมาย

“ส่วนพฤติกรรมเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยหรือไม่ในการบำบัด วิธีการเขาอ้างว่าเป็นศาสตร์ใหม่ ในแง่ของการดูแลเพื่อนมนุษย์การเจ็บป่วย แน่นอนว่ามีศาสตร์ใหม่เกิด ขึ้นเรื่อยๆ แต่หากมีศาสตร์ใหม่ต้องเข้าสู่กระบวนการของการประเมิน ตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ หากผ่านการประเมินแล้วจึงจะประกอบวิชาชีพได้ นี่คือแนวทาง อย่าบอกประชาชนว่าสาเหตุที่ สธ.ต้องเคร่งครัดในเรื่องนี้ เพราะการดูแลรักษาเป็นวิชาหรือเป็นวิธีการที่อันตรายถ้าไม่มีมาตรฐาน ไม่มีการคุ้มครองประชาชน อาจได้รับอันตรายจากการรักษาพยาบาลนั้นได้ เราเป็นห่วงตรงนี้เลยต้องใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ถ้าใครคิดว่ามีโอกาสให้ทางเราเข้าไปประเมิน ไปตรวจสอบก็ต้องทำกระบวนการ ทำตามกระบวนการเพื่ออนุญาตอนุมัติ ซึ่งขณะนี้มี 7 สาขาแล้วในการประกอบโรคศิลปะ” นพ.ชลน่านกล่าว

ส่วนจะต้องกำชับให้ สสจ. ลงไปดูแลให้หยุดและปิดทำการรักษาหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขณะนี้มีการดำเนินการแล้วใน 3 ข้อหา ฝากประชาชนว่า ต้องใช้ความรู้ ความรอบคอบ ใช้สติในการพิจารณา อย่าหลงเชื่ออะไรที่ไม่มีเหตุไม่มีผล ส่วนผู้ที่จะดูแลเพื่อนมนุษย์ขอให้มีหลักที่ปฏิบัติเป็นมาตรฐานที่มีการยอมรับพิสูจน์ได้ หากอยากจะขึ้นทะเบียนอยากจะขึ้นบัญชีเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ต้องมาเข้าสู่กระบวนการให้ถูกต้อง

สำหรับการรักษาลักษณะนี้หากจะทำให้ถูกต้อง ต้องไปยื่นเพื่อขึ้นทะเบียนในลักษณะของการแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์ทางเลือกหรือไม่นั้น นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตรงนี้ไม่ใช่แพทย์แผนปัจจุบันแน่นอน แต่จะตีเป็นแพทย์ทางเลือกหรือไม่ ต้องไปดูนิยามว่าเข้าข่ายตรงนั้นหรือไม่ ต้องไปดูนิยามและวิธีปฏิบัติวิธีการรักษา

ผู้สื่อข่าวถามถึงการรักษาด้วยพลังจิต นพ.ชลน่านกล่าวว่า เรื่องเหล่านี้มีองค์ประกอบทั้งรูปธรรมและนามธรรม ต้องยอมรับว่ามนุษย์เรามีทั้งรูปและนาม รูปคือร่างกายที่เห็น นามคือจิต 2 อย่างนี้มีความสัมพันธ์กัน เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า คำว่าจิตของเขาหมายถึงอะไร เขาอ้างว่าเป็นพลังจิตจริงหรือไม่อย่างไร มันพิสูจน์ไม่ได้ การรักษาของโลกขณะนี้พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ มีการรองรับอะไรที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ มันยังไม่มีหลักฐานที่จะไปรองรับได้ว่าเขาสามารถดำเนินการได้

ส่วนกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชี่ยล ว่า เรียนหมอแทบตายสุดท้ายไปเชื่อการรักษาแบบนี้ นพ.ชลน่านระบุว่า ความเชื่อความศรัทธาของมนุษย์ห้ามกันยาก แต่หากจะเชื่อศรัทธาก็ต้องเชื่ออย่างมีเหตุมีผลและมีสติ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเรา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน