ชี้ลามหนักใน5ปี แนะเด็กฉีดวัคซีน
สธ.ห่วงป่วย ‘ไอกรน’ ระบาดหนักสุดในรอบ 5 ปี เผยมีเด็กต่ำกว่าขวบดับแล้ว 2 ราย ยอดพุ่งโดยเฉพาะ 6 จังหวัดใต้ตอนล่างสงขลา-ตรัง-พัทลุง-ปัตตานี-นราธิวาส-ยะลา สาเหตุเด็กไทย ยังรับวัคซีนไม่ถึง 90% ทำให้อาการรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ เสี่ยงตายสูง ตั้งเป้าปีนี้เดินหน้าฉีดวัคซีนให้หญิงตั้งครรภ์สร้างภูมิคุ้มกันให้ทารกด้วย
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นพ.เอกชัย เพียรศรี วัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์ การระบาดโรคไอกรนในเด็กเล็ก ว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยังคงพบผู้ป่วยอยู่ บางปีผู้ป่วยต่ำกว่า 50 ราย บางปีเกิน 100 ราย แต่ปี 2566 ตั้งแต่เดือนม.ค.- 26 พ.ย.66 รวม 183 ราย และมีผู้เสียชีวิตเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ 2 ราย โดย ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะอยู่ในเขตสุขภาพที่ 12 ทางภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ตรัง พัทลุง ปัตตานี นราธิวาส และยะลา ซึ่งปีนี้มีจำนวนสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา
นพ.เอกชัยกล่าวต่อว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไอกรนเป็นหนึ่งในวัคซีน พื้นฐานที่เด็กทุกคนจะต้องได้รับตามชุดสิทธิประโยชน์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งการฉีดวัคซีนจะป้องกัน 3 โรค หรือที่เรียกว่า DTwP-HB-Hib คือ โรคคอตีบ โรคบาดทะยักและโรคไอกรน ซึ่งจะฉีดทั้งหมด 5 เข็ม เริ่มเข็มแรกตอนอายุ 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 1 ขวบครึ่ง และ 4 ขวบตามลำดับ ทั้งนี้การติดเชื้อในเด็กค่อนข้างสูงและมีอาการรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ไม่มีภูมิคุ้มกันหรือได้รับวัคซีนป้องกันโรคไอกรนไม่ครบ ยิ่งเด็กเล็กมากเท่าใดอาการยิ่งรุนแรงและมีโอกาสเสียชีวิตสูงขึ้น
นพ.เอกชัยกล่าวต่อว่า สธ.ได้เก็บข้อมูลในปีที่ผ่านๆ มาพบว่าเด็กแรกเกิดอายุต่ำกว่า 2 เดือนที่ยังไม่ถึงเกณฑ์การรับวัคซีนไอกรน เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีโอกาสเสียชีวิตได้ถึง ร้อยละ 50 ของเด็กที่ป่วย ดังนั้นสธ.จึงรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันไปสู่ลูกและสามารถส่งผ่านทางน้ำนมได้อีกด้วย ขณะเดียวกัน สปสช.ได้ซื้อวัคซีนไอกรนชนิดไร้เซลล์ 110,000 โดสเพื่อฉีดในหญิงตั้งครรภ์ในปีนี้
อย่างไรก็ตามข้อมูลเด็กติดเชื้อไอกรนจะพบมากในเด็กเล็ก แต่ช่วงหลังเริ่มพบในเด็กอายุมากกว่า 5 ขวบเพิ่มขึ้น ซึ่งเกือบทั้งหมดไม่ได้รับวัคซีนมาก่อน ปัจจุบันการเข้าถึงวัคซีนไอกรนในเด็กไทยที่ครบโดส 5 เข็ม ยังไม่ถึง 90% ดังนั้นปีนี้กรมควบคุมโรค จึงตั้งเป้าให้มีการฉีดเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 90-95%
ด้านนายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไอกรนในประเทศไทย มีจำนวนผู้ติดเชื้อโรค ไอกรนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้จำนวนมาก มีผู้ป่วยยืนยันมากกว่า 100 คน ซึ่งผู้ป่วย ทุกคนเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนมาก่อน และยืนยันว่ามีเด็กอายุเพียง 18 วัน เสียชีวิตจากการติดเชื้อไอกรนแล้ว 1 คน รัฐบาลจึงแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยป้องกันโรคไอกรน เพราะเป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายจากการไอและจามรดกันโดยตรง โดยเฉพาะเด็กที่ยังไม่รับวัคซีน และ ส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากคนในครอบครัว แต่ไม่มีอาการ สิ่งสำคัญคือการฉีดวัคซีน หากติดเชื้อต้องไปพบแพทย์ทำการรักษา เพื่อป้องกันเชื้อลงปอด