สธ.แจง3แนวทางหาวัคซีนโควิด – พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล โฆษก สธ. กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ในพม่า มียอดป่วยสะสม 938 ราย เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 76 ราย เสียชีวิต 6 ราย ระบาดมากที่สุดในรัฐยะไข่ แต่อยู่พื้นที่แถบตะวันตกของพม่า ถือว่าห่างไกลจากพรมแดนไทยมาก
อย่างไรก็ตาม แถบชายแดนไทยเองก็มีความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน กวดขันป้องกันอย่างเข้มงวด จากที่จับกุมคนลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย แม้ผลการตรวจยังไม่พบว่ามีใครติดโควิด แต่ขอคนไทยร่วมมือกันอย่าอำนวยความสะดวกให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง โดยเฉพาะผู้ประกอบการขอให้งดรับแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาแบบผิดกฎหมาย เพราะเสี่ยงนำเชื้อเข้ามาในประเทศ
พญ.พรรณประภากล่าวว่า ส่วนการดำเนินการให้ไทยมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาใช้ รมว.สธ.กำชับว่า จะต้องมีการติดตามเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ได้รับวัคซีนที่มีการผลิตได้ ไม่ว่าจะมีกี่แนวทางการพัฒนาก็ตาม ประเทศไทยจะต้องมีส่วนร่วมในการได้มาด้วย
โดยขณะนี้ไทยมี 3 แนวทางในการจัดหาวัคซีน คือ 1. การพัฒนาวัคซีนในประเทศ ซึ่งมีการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐทั้งการวิจัย และการจัดหาโรงงานเพื่อผลิต 2. การเจรจาความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยล่าสุด ได้เจรจากับบริษัท แอสตาเซเรกาและมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ที่มีความเป็นไปได้สูงในการพัฒนาวัคซีนสำเร็จ เพื่อรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อมาผลิตในประเทศไทย
คาดว่าจะตกลงเรื่องรับการถ่ายทอดในกลางเดือนกันยายนนี้ โดยต้นปี 2564 น่าจะได้ตัววัคซีน โดยจะใช้ระยะเวลาในการผลิต 6 เดือน ซึ่งเราจะมีกำลังการผลิต 200 ล้านโดสต่อปี
และ 3. การร่วมกับโครงการโคแวกซ์ (COVAX) ซึ่งเป็นโครงการขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่มีวัตถุประสงค์ให้บริษัทที่พัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข้าร่วม และให้ประเทศต่างๆ เข้ามาระดมทุน หากวัคซีนตัวไหนสำเร็จก็จะได้รับวัคซีนไปใช้ด้วย ซึ่งจะเป็นการกระจายวัคซีนออกไปทั่วโลก ไม่ให้เกิดการกระจุกตัวโดยเฉพาะหากมหาอำนาจพัฒนาวัคซีนขึ้นได้
เฉพาะทางระบาดวิทยา การที่วัคซีนกระจุกตัวที่เดียว จะไม่ช่วยป้องกัน ซึ่งขณะนี้พบว่า มี 10 บริษัทที่มีแนวโน้มจะผลิตวัคซีนออกมาได้ ไทยก็อยู่ระหว่างเจรจาเข้าร่วมระดมทุน โดยจะไปในนามรัฐบาลไทย หากมีตัวใดสำเร็จไทยก็จะได้ใช้วัคซีนด้วย ส่วนงบประมาณยังไม่ทราบ อยู่ระหว่างเจรจา