ทวารบาล – ศิลปะทางพุทธศิลป์ที่มักจะปรากฏเป็นรูปปั้นนูนต่ำหรือรูปเขียนบริเวณประตูทางเข้าวัด เป็นรูปเทวดาติดอยู่ที่บานประตูวัด 2 ด้าน เรียกกันว่า ทวารบาล

คำว่า ทวารบาล ตามรูปศัพท์แปลว่า ผู้รักษาประตู แต่ในความหมายก็คือ ยามรักษาการณ์ที่มีหน้าที่ตรวจตราดูแล หรืออนุญาตให้ใครผ่านเข้าออกประตู

ประวัติความเป็นมาของทวารบาลมีความหลากหลายกันไปตามพื้นถิ่น เช่น ประเพณีความเชื่อของจีน ก็เล่าว่าจากการที่พระเจ้าถังไท้จงถูกเทพเจ้าแห่งฝนโกรธที่ไม่ช่วยปกป้องชีวิตจากการที่ถูกเง็กเซียนฮ่องเต้ (เทพสูงสุดของจีน) สั่งประหารชีวิต เพราะทำงานที่ขาดความรอบคอบทำให้ประชาชนได้รับความทุกข์ยาก เทพเจ้าแห่งฝนเมื่อตายแล้วจึงมารบกวนพระเจ้าถังไท้จงให้ป่วยไข้ แม้ทหารคนสนิท 2 คน ก็ป้องกันไม่ได้

พระเจ้าถังไท้จงจึงให้ช่างเขียนรูปยามเฝ้าประตูไว้เพื่อหลอกมิให้เทพเจ้าแห่งฝนมารบกวน

ศาสนาผีที่สอดคล้องกับสังคมไทยก็คือ ความเชื่อของผีหรือกลายมาเป็นเทพารักษ์มีหน้าที่ควบคุมการเข้า ออกของผู้คนที่ผ่านประตูเมือง ซึ่งมักจะมีทวารบาล 2 ตน เป็นผู้เฝ้ารักษาความปลอดภัย ดูแลผู้ผ่านเข้าออก ทำหน้าที่ปิดประตูเมืองเปิดประตูเมือง

วรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ เรื่องของยามเฝ้าประตูหรือเฝ้าบันไดก็ดูจะเป็นเรื่องการดูหมิ่นเหยียดหยามชนชั้นที่กล่าวถึง นนทกยักษ์ผู้เฝ้าประตูทางขึ้นเขาไกรลาศ และทำหน้าที่ล้างเท้าเทวดาด้วย มักจะถูกเทวดา (เลว) กลั่นแกล้งเขกหัวจนหัวล้าน กลายเป็นความคับแค้นที่ทำให้นนทกลายเป็นผู้ต่อต้านและต่อสู้กับการกดขี่ ดูถูก เหยียดหยามและถูกลงโทษให้ตายจากสวรรค์

ต่อมาเกิดเป็นยักษ์นามทศกัณฐ์ ที่ก่อให้เกิดสงครามล้าง เผ่าพันธุ์ยักษ์จนหมดไปจากโลก ที่ทำให้ดูว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างความเลวกับความดี

จากเรื่องราวผสมผสานความคิดเรื่องทวารบาลพัฒนาจากศาสนาผีมาเป็นพุทธศิลป์ในประเทศไทยมาเป็นทวารบาลผู้เฝ้าประตูวัด ทวารบาลจึงมีรูปแบบแตกต่างกัน เช่น เป็นรูปเทวดาถืออาวุธอยู่ 2 ประตู หรือเป็นรูปทหารถือปืน หอก ดาบ

สัญลักษณ์ของทวารบาลก็กลายมาเป็นผู้ปกป้องมิให้ความเลว ความชั่วร้าย ได้เข้ามาสู่พื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์

ชวพงศ์ ชำนิประศาสน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน