บุ๊กสโตร์
ผู้สื่อข่าวหรรษา

อีกเสน่ห์หนึ่งดึงดูดนักอ่านมาเป็นแฟน “สำนักพิมพ์มติชน” คือผลงานสายวรรณกรรมซึ่งล้วนฝีมือนักเขียนคุณภาพคับเล่ม

“24-7/1” หนังสือที่ผู้เขียน “ภู กระดาษ” บอกกล่าวไว้ว่า จะเรียกชื่อเล่มนี้ว่า “ยี่สิบสี่ขีดเจ็ดทับหนึ่ง” ก็ได้ หรือจะอ่านแบบเต็มๆ ว่า “ยี่สิบสี่ชั่วโมง เจ็ดวัน ในหนึ่งสัปดาห์” ก็ได้เหมือนกัน โดยชื่อ 24-7/1 ได้สะท้อนธีมของนวนิยายเล่มนี้ออกมาอย่างสมบูรณ์ อยากให้ทุกคนนึกถึงการดำรงอยู่ของ “การทำงานตลอดเวลา” ที่เกิดขึ้นกับบางระบบ หรือบางระบอบ สิ่งเหล่านี้ทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วันตลอดสัปดาห์ อย่างไม่มีหยุดพัก ไม่เฉพาะในไทยเท่านั้น แต่หมายถึงทั่วทั้งโลก

“จะให้พูดกันง่ายๆ เลย นี่คือประวัติศาสตร์ครอบครัววงศ์คำดี กลุ่มคนอีลีทชาวอีสาน ที่มีอิทธิพล อำนาจ และครอบครองทรัพยากรมากมายในหมู่บ้าน นวนิยายเรื่องนี้จะเริ่มจากความกระวนกระวายใจของ ‘ชัยศิริ’ ทายาทรุ่นที่ 10 ของครอบครัวนี้ (ที่ตัดสินใจมาใช้ชีวิตเป็นชนชั้นกลาง) ที่คนรักลับๆ ของเขาได้หายตัวไปในวันเกิดรัฐประหาร ยิ่งชัยศิริออกตามหาชู้รัก เขายิ่งจะได้อยู่กับความคิดของตัวเอง และเรื่องราวจะค่อยๆ ขยับไปสู่ครอบครัวของเขา และความลับที่ค่อยๆ เผยออกมา”

ภู กระดาษ บอกด้วยว่า ตั้งใจเขียนขึ้นเพื่อคนรุ่นถัดไปได้อ่าน 24-7/1 คือข้อความจากคนยุค Gen-X ที่ต้องการสื่อสาร พูดคุยกับคนรุ่นถัดมา เพราะมันคือปมในใจของพวกเขา ปมบางอย่างที่ถูกส่งต่อและมาจากคนอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลอยู่ในเรื่องราวของหนังสือเล่มนี้

และนี่คือนวนิยายที่เกือบจะไม่ได้ตีพิมพ์ “เริ่มเขียน 24-7/1 ประมาณช่วงปลายเมษายน 2557 หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนก็เกิดรัฐประหาร (ครั้งล่าสุด) ขึ้น ตอนนั้นมันรู้สึกสิ้นหวังกับประเทศนี้ รัฐประหารเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้ไม่อยากเขียนหนังสืออีก แล้วอยู่ดีๆ มันก็เกิดความรู้สึกว่า ‘ถ้ามัน (รัฐประหารและคนสนับสนุนรัฐประหาร) อยู่ได้ กูก็ต้องอยู่ได้เหมือนกัน’ เลยตัดสินใจทิ้งต้นฉบับเดิมที่ตั้งใจจะเขียนแค่ร้อยกว่าหน้า มาเริ่มต้นเขียนเรื่องราวใหม่ทั้งหมด สุดท้ายก็กลายเป็นนวนิยายเล่มหนากว่าที่คิดไว้เยอะอยู่”

“ดั่งเรือนร่างไร้องคาพยพ” อีกเล่มของ “ภู กระดาษ” สนพ.มติชนนำเสนอรวมเรื่องสั้นที่ยังคงเอกลักษณ์ เล่าเรื่องความไม่เป็นธรรมที่รายล้อมอยู่รอบตัว สะท้อนปรากฎการณ์ทางสังคม ด้วยภาษาของเขา แทรกคำพื้นถิ่นอีสาน และโดยเฉพาะการผูกเรื่องและการสร้างตัวละครที่แทรกทัศนคติคนเขียนลงไปอย่างชัดแจ้ง ทว่าแนบเนียน

มีความตรงไปตรงมา แต่ยอกย้อนลักลั่นจากภาพการสะท้อนสังคม หนุ่มอีสาน สกัดความน้อยเนื้อต่ำใจจากการถูกกดขี่ผ่านงานเขียน อ่านจบไปทีละเรื่องๆ แล้วพบว่าทุกอย่างเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด เหมือนดั่งเรือนร่างไร้องคาพยพ

“แตกเป็นแตก” 8 เรื่องสั้นของ อุรุดา โควินท์ ว่าด้วยความสัมพันธ์หลากรูปแบบไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน คนรัก พ่อแม่ ครอบครัว สัตว์เลี้ยง การงาน และตัวตนที่เต็มไปด้วยรอยร้าวไปจนกระทั่งแตกหัก และการเกิดขึ้นใหม่หลังจากนั้นของชีวิตที่เลือกจะยอมหักไม่ยอมงอ

“ก่อนการแตกหัก เราเคยเป็นหนึ่งเดียว เป็นก้อน เป็นบางสิ่ง เป็นบางความสัมพันธ์ เป็นบางนิยาม ในความหมายหนึ่ง แตกคือการทำลาย และในอีกความหมาย แตกออกจากกันคือการได้สิ่งใหม่”

“ตะวันออกศอกกลับ” ผลงานของ อนุสรณ์ ติปยานนท์ หนึ่งในหนังสือเข้ารอบ Longlist SeaWrite ประจำปี 2563 ประเภทรวมเรื่องสั้น

8 เรื่องในเล่มนี้ เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นประเด็นเกี่ยวกับชายหนุ่มหญิงสาว เชื่อมโยงถึงความรู้สึกของคนเราต่อสิ่งที่ได้พบพาน รวมถึงความรู้สึกเกี่ยวกับเหตุบ้านการเมืองระหว่างทัศนะของคนหนึ่งที่ปราศจากการรับรู้กับคนที่ไปเห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง

บรรยากาศของเรื่องเกือบทั้งหมดเป็นชายทะเล ชานเมือง รวมถึงต่างประเทศ ซึ่งล้วนผูกพันอยู่กับสายน้ำและความเป็นตะวันออกสมัยใหม่

สิ่งที่ผู้เขียนตอกย้ำภายใต้เนื้อหาก็คือ แม้จะใช้ฉากในโลกตะวันออก แต่เมื่อเป็นตะวันออกสมัยใหม่ ฉากและบรรยากาศก็ไม่ต่างจากทุกมุมโลก เปรียบเทียบได้กับการถวิลหา ความคิดถึง ความเป็นปัจเจก และการแสวงหาเพื่อเติมเต็มบางอย่าง ไม่ว่าตัวละครจะดำรงอยู่ในฉากชีวิตด้วยความตั้งใจหรือเปล่า แต่ทุกสิ่งของแต่ละฉากชีวิต ล้วนเป็นสากล

“พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ” นิยายเรื่องที่ส่งให้ วีรพร นิติประภา เข้าทำเนียบนักเขียน “ดับเบิ้ล ซีไรต์” อย่างเต็มภาคภูมิ

บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวชาวจีนที่อพยพมาอยู่ในเมืองไทยครอบครัวหนึ่ง ผ่านสายตาและความทรงจำของคน ความทรงจำของแมว ความทรงจำที่คลุมเครือ วุ่นวิ่น จนแทบไม่ปะติดปะต่อ ไม่อาจจำแนกรู้ได้ว่า เราอยู่ในโลกจริงหรือสมมติ ประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองซัดพาให้ชีวิต ความรัก ต้อง ระหกระเหินเกินบรรยาย ครอบครัวจีนอพยพที่พยายามตามหา “บ้าน” ทั้งในความหมายของสถานที่และบ้านภายในจิตใจ ซึ่งตัวละครต่างรู้สึกในทางเดียวกันว่า ไม่อาจหยัดยืนอย่างเต็มตัวใน พื้นที่ใดๆ ได้ จะเดินต่อก็แปลกแยกจะหวนกลับก็ไม่อาจย้อนคืน

นอกจากเนื้อหาเข้มข้นคมคาย อีกความโดดเด่นของนิยายเรื่องนี้คือด้านวรรณศิลป์ ทั้งสำนวนภาษา การสร้างตัวละคร ฉาก ลีลาการถ่ายทอดเหตุการณ์ และบทสนทนา

โศกนาฏกรรมของผู้คนบนประเทศไร้ทรงจำ วีรพร นิติประภา เห็นถึงความเว้าแหว่งในทรงจำของผู้คน จึงหยิบฉากตอนของเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในประเทศที่แทบจะไม่มีความทรงจำนี้มาเขย่าขย้อนเล่น แล้วจับเรื่องราวทั้งหมดเข้าไปอยู่ในความทรงจำของแมวตัวหนึ่ง ซึ่งมันก็นึกออกและบอกเล่าออกมากระท่อน กระแท่นตามประสาแมวๆ ทั้งสิ่งที่เห็นและได้ยินเองจากคนในบ้านที่อาศัยอยู่ และเรื่องเล่าที่ผู้คนเล่าสู่กันฟัง ที่มันเองก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ

เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงระบบจำของคนเราที่มักนึกออกเป็นห้วงๆ และมักเป็นทรงจำที่เข้าข้างตัวเองเสมอด้วย

“ในสาธารณรัฐไวมาร์ ฮิตเลอร์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง THE COMIC” นำเดินทางย้อนยุคเข้าสู่สาธารณรัฐไวมาร์ในอดีต ซึ่งครั้งหนึ่งเคยปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ จนเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ระบอบกษัตริย์หรือจักรวรรดิอ่อนแอลง ผู้ขึ้นครองอำนาจต่อมาจึงเป็นชนชั้นนำจากกองทัพบกและพรรคการเมืองต่างๆ

ช่วงเวลาดังกล่าว สาธารณรัฐไวมาร์ยังมีสิทธิเสรีภาพตามสมควร มีการเลือกตั้ง โดยกลุ่มชนชั้นในสาธารณรัฐ มีทั้งทหารบกฝ่ายขวา สังคมนิยมฝ่ายซ้าย และเกษตรกร แต่ทว่าพวกเขาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ไม่ปรับตัวกับสังคมใหม่

ในช่วงระยะเวลานั้น พรรคนาซีเพิ่งถือกำเนิดขึ้นเป็นพรรคเล็กๆ ในต่างจังหวัด…

นี่คือเรื่องราวการก่อกำเนิดและการเถลิงอำนาจของพรรคนาซีที่ถ่ายทอดมาจากหนังสือเล่มดังที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี “ในสาธารณรัฐไวมาร์ ฮิตเลอร์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง” จากปลายปากกาของ ภาณุ ตรัยเวช ที่ได้ Tale Glory เป็น ผู้ถ่ายทอดลายเส้นที่ทำให้ 168 หน้า เต็มไปด้วยลายเส้นน่ารักที่ช่วยให้ผ่อนคลาย มุขตลกอิงประวัติศาสตร์ที่ช่วยให้ขับเน้นสีสันของเหตุการณ์ และการเล่าเรื่องที่มือวาดได้พูดคุยหารือกับเจ้าของผลงานเป็นอย่างดี

พบกันใหม่อาทิตย์หน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน