3,500จุดลงทะเบียนเราชนะ คลังปรับแผนรับมือลงทะเบียนเราชนะ กลุ่มไม่มีสมาร์ตโฟน-คนชรา สั่งออมสิน-ธ.ก.ส. ร่วมมือกรุงไทย เปิดจุดรับลงทะเบียน 3,500 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่ 22 ก.พ.-5 มี.ค. 2564 เผย ลงทะเบียนแล้วกว่า 5.7 แสนคน ยอดใช้จ่ายแล้วรวมกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมแนวทางการให้ความช่วยเหลือในการ ลงทะเบียนโครงการเราชนะ เพิ่มเติมแก่กลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น คนชรา ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ต ไม่มีสมาร์ตโฟนทำให้ไม่สามารถใช้งาน แอพพลิเคชั่นเป๋าตังได้ เห็นชอบแนวทางเพิ่มจุดรับลงทะเบียน เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับนอกเหนือจากการลงทะเบียนที่สาขาและจุดบริการเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย

โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่สาขาหรือจุดบริการของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานคลังจังหวัด สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ และสำนักงานสรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.-5 มี.ค. 2564 ทำให้มีจุดรับบริการลงทะเบียน รวมอย่างน้อย 3,500 แห่ง

สำหรับการให้บริการประชาชน ส่วนความคืบหน้าของการเข้าร่วมโครงการของกลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลเป๋าตังและ กลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ณ วันที่ 19 ก.พ. 2564 เวลา 12.00 น. ว่ามีผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ในเป๋าตังแล้ว จำนวน 11,989,928 คน และมีกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษมาลงทะเบียนแล้วจำนวน 571,797 คน

น.ส.กุลยากล่าวว่า สำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินสิทธิ์เข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐงวดที่ 3 เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2564 โดยสามารถสะสมวงเงินสิทธิ์เพื่อใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐได้ จนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2564

สำหรับการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมในโครงการ ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 2564 ของประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และประชาชนกลุ่มผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการในแอพพลิเคชั่นเป๋าตังแล้ว จากข้อมูล ณ วันที่ 19 ก.พ. 2564 เวลา 12.00 น. มีมูลค่าการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วมากกว่า 24,571 ล้านบาท ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงการคลังพบว่ามีข่าวปลอม (Fake News) จากสังคมออนไลน์ (Social Media) เกี่ยวกับโครงการ ถูกเผยแพร่ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงการคลังได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด

ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของโครงการ โปรดอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมจากช่องทางดังกล่าว และขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการ จากช่องทางการสื่อสารที่เป็นทางการจากทางราชการ ได้แก่ www. เราชนะ.com www.mof.go.th www.fpo.go.th และ Facebook Fanpage “สถานีข่าวกระทรวงการคลัง” และ “สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง : Fiscal Policy Office” เท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน