‘มูดี้ส์’ชี้เครดิตไทยแกร่งคลังตีปี๊บ ‘มูดี้ส์’ ยักษ์ใหญ่ระดับโลกคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ Baa1 มองไทยมีเสถียรภาพแม้ได้รับผลกระทบจากโควิด แต่ในระยะยาวไม่มีปัญหา คาดปีนี้จีดีพีไทยโต 2% และปีหน้าโตถึง 5.8% ระบุไทยมีฐานเศรษฐกิจขนาดใหญ่ สัดส่วนหนี้มีน้อยกว่าหลายประเทศในระดับเครดิตเดียวกัน

นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า บริษัท Moody’s Investors Service (มูดี้ส์) คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ Baa1 หรือเทียบเท่า BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ

มูดี้ส์ระบุว่าในระยะสั้นเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 แต่คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ 2% และปี 2565 ที่ 5.8% เนื่องจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยและเศรษฐกิจโลก ส่วนในระยะยาวการระบาดของ โควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในวงจำกัด

นอกจากนี้ ประเทศไทยมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่และหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ที่ได้รับการพัฒนาเป็นอย่างดี และอุตสาหกรรมส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนประเทศไทยเป็นฐานของเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวที่โดดเด่นและมีชื่อเสียง

อีกทั้งการจ้างงาน รายได้ และผลที่เกิดจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศไทยมีความสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงได้ ขณะที่ฐานการเงินภาครัฐ ที่แข็งแกร่งทำให้มีพื้นที่ทางการคลังที่รองรับแรงกระทบจาก Economic Shock ได้

มูดี้ส์คาดว่าการลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะช่วยเพิ่มการลงทุนของภาคเอกชนและอุปสงค์ภายในประเทศในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดึงดูดธุรกิจใหม่และเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตของประเทศ

ขณะที่ภาคการคลังสาธารณะของประเทศไทยมีความแข็งแกร่งมาก เป็นผลจากนโยบายและการบริหารจัดการทางการคลังที่โปร่งใส รอบคอบ และเป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 และพ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

หนี้ภาครัฐบาลมีอายุเฉลี่ยค่อนข้างยาวคือ 11 ปี มีหนี้ระยะสั้น อยู่ในระดับต่ำที่ 8% และมีสัดส่วนหนี้ภาครัฐบาลสกุลเงินต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำมาก น้อยกว่า 2% เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับเดียวกัน เช่น อินเดีย ฮังการี เม็กซิโก อินโดนีเซีย โคลัมเบีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ที่มีค่ากลางของหนี้สกุลเงินต่างประเทศประมาณ 30%

สำหรับภาคการเงินต่างประเทศยังมีความเข้มแข็ง ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงและสามารถนำมาใช้สนับสนุนการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมในอนาคต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน