สังคมกระหน่ำ-จี้เร่งแก้สร้างวินัย-สำนึกจราจร
แฟ้มคดี ไม่แปลกจริงๆ ที่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตในสังคม สำหรับอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่ส.ต.ต.หนุ่มขี่บิ๊กไบก์เลนขวาพุ่งชนแพทย์หญิงเสียชีวิตคาทางม้าลายกลางกรุง เพราะสะท้อนให้เห็นได้ว่าไม่มีใครปลอดภัยได้เลยในเมืองใหญ่เมืองนี้ แถมคนก่อเหตุที่ควรจะเป็นผู้รักษากฎหมายกลับละเมิดกฎหมายเสียเอง ดูได้จากการตั้งข้อหาถึง 7 ข้อ และอาจเพิ่มเป็น 9 ข้อหาผลพิสูจน์ความเร็วออกมา เรียกว่าผิดเกือบทุกอย่างที่จักรยานยนต์คันหนึ่งจะทำได้ ไม่เพียงแค่นั้นหลังจากเกิดเรื่อง ทุกอย่างนิ่งสงัด ศพของหมอกระต่ายกลายเป็นศพนิรนามอยู่ร่วม 2 ชั่วโมง และกว่าจะเป็นข่าวก็ใช้เวลาร่วม 2 วัน หลังจากที่เพื่อน ของหมอกระต่ายขอความช่วยเหลือจาก โซเชี่ยลให้ช่วยติดตามคลิปเกิดเหตุเพื่อจะเป็นหลักฐานของคดี ส่วนส.ต.ต.ที่ก่อเหตุ หลังจากไป โรงพยาบาลตำรวจรักษาตัวก็กลับมาพบตำรวจด้วยกัน แจ้งข้อกล่าวหา และปล่อยตัวกลับบ้าน ไม่มีแม้เศษเสี้ยวของเงินประกันตัวเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในคดีอื่นๆ อารมณ์ร่วมและความรู้สึกของสังคมจะพุ่งพล่านรุนแรง แต่ก็หวังว่าความรู้สึกร่วมของสังคม ครั้งนี้จะกดดันให้อำนาจรัฐให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนท้องถนน ไม่ให้เกิดเหตุสลดเช่นนี้ซ้ำซากขึ้นอีก บิ๊กไบก์ตร.ชนหมอกระต่าย เหตุการณ์สลดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 21 ม.ค. ที่หน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท กทม. โดยขณะที่หมอกระต่าย หรือ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล แพทย์ ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยา ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข้ามถนนทางม้าลายเพื่อไปยังคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยฝั่งตรงข้าม ขณะที่เดินข้ามถนนใกล้ถึงเกาะกลาง โดยรถหลายคันที่มาถึงทางม้าลายได้ชะลอรถและหยุดลงเพื่อให้คนได้ข้ามถนน ก็มีจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ดูคาติ สีแดง วิ่งเลนขวามาพุ่งเข้าชนหมอกระต่ายอย่างจัง ร่างกระเด็นไปไกลหลายเมตร หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ชีพช่วย ยื้อชีวิตและนำส่งร.พ.ราชวิถี แต่สุดท้าย ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ สำหรับผู้ก่อเหตุที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ทราบชื่อคือ ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ตำรวจบก.อคฝ. บาดเจ็บที่แขนขวา และมีรอยถลอกที่หน้าอก ถูกนำส่งโรงพยาบาลตำรวจ อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุแทนที่เรื่องจะออกสู่สาธารณะ หรือแม้กระทั่งญาติของหมอกระต่ายก็ยังไม่รู้เรื่องเหตุการณ์ดังกล่าว มีการระบุว่าศพหมอกระต่ายกลายเป็นศพนิรนามอยู่ที่ร.พ.ราชวิถีกว่า 2 ชั่วโมง จนกระทั่งเพื่อนของหมอกระต่ายและอาจารย์หมอโทรศัพท์เข้ามาหามือถือของหมอกระต่ายที่พลเมืองดีเก็บให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาไว้จึงได้รับรู้ข่าวร้าย ขณะที่กลุ่มเพื่อนหมอได้โพสต์ลง โซเชี่ยลมีเดียเพื่อถามหาภาพหรือคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปประกอบหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี และออกมาเรียกร้องความยุติธรรมเพราะเกรงเรื่องจะเงียบหาย จนกระทั่งวันที่ 23 ม.ค. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. จึงสั่งการให้พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผกก.สน.พญาไทเร่งตรวจสอบรายละเอียด ก่อนจะรายงานกลับว่ามีอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริงเมื่อเวลา 15.10 น. ของวันที่ 21 ม.ค. ผู้ต้องหาคือ ส.ต.ต.นรวิชญ์ ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กก.อารักขา 1 บก.อคฝ. ที่ขับขี่จักรยานยนต์ดูคาติ สีแดง ทะเบียน 1 กผ-9942 เชียงราย มาตามถนนศรีอยุธยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพญาไท มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จนพุ่งชนหมอกระต่ายที่จุด เกิดเหตุ โดยพนักงานสอบสวนรับเป็นคดี จราจรที่ 28/2565 พร้อมแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุเฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาจึงให้เดินทางกลับโดยไม่ได้จับกุมหรือควบคุมตัว และนัดหมายให้มาพบเพื่อส่งพนักงานอัยการ ยืนยันดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีการช่วยเหลือแม้ผู้กระทำผิดจะเป็นตำรวจก็ตาม ผงะผิด 7 ข้อหา-สังคมประณาม แม้จะมีการยืนยันจากบิ๊กตำรวจ แต่กระแสโจมตีก็ไม่ลดลงเลย เมื่อโลกออนไลน์ตั้งคำถามในเชิงไม่เชื่อมั่นว่าจะดำเนินการตามกระบวนการอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการจับกุม ไม่ต้องยื่นประกัน แถมวันนัดในการส่งอัยการฟ้องยังยาวนานถึงช่วงเดือนมี.ค. ไม่เพียงแค่นั้นยังมีการเปิดเผยว่า เหมือนเวรกรรมมีจริงที่ส.ต.ต.นรวิชญ์หลังขี่บิ๊กไบก์ชนไปรักษาตัวที่ร.พ.ตำรวจ แล้วระบุว่าตาพร่ามัว จึงไปแผนกตาแต่ก็ไม่พบหมอ เพราะหมอที่ต้องอยู่เวรวันนั้นก็คือหมอกระต่าย ที่ส.ต.ต.นรวิชญ์ขี่จยย.ชนนั่นเอง รวมทั้งเรื่องของที่มาของบิ๊กไบก์คันดังกล่าวว่ามาจากไหน เป็นจักรยานยนต์ของกลางหรือไม่อย่างไร แถมต่อมาเมื่อส.ต.ต.นรวิชญ์พร้อมพ่อไปอุปสมบทที่วัดปริวาสราชสงคราม ก็เกิดการตั้งคำถามว่าทำไมบุคคลที่มีคดีอาญาถึงสามารถบวชได้ ในที่สุดหลังพิธีพระราชทานเพลิงหมอกระต่าย ส.ต.ต.นรวิชญ์ พร้อมบิดา ก็ได้ลาสิกขา ขณะที่พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. ระบุว่าได้แจ้งดำเนินคดีส.ต.ต.นรวิชญ์แล้ว 7 ข้อหา ประกอบด้วย ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย ความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ฐานนำรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน, ขับรถไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย, นำรถที่มีส่วนควบไม่ครบมาวิ่ง (กระจกมองหลัง) ไม่ปฏิบัติตามเครื่องหมายบนพื้นทาง และความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.รถยนต์ฯ ฐานฝ่าฝืนใช้รถที่ไม่ได้เสียภาษีประจำปี และไม่หยุดรถให้ผู้ใช้ทางม้าลาย และจะตรวจสอบว่าใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่ เรียกว่าผิดกฎหมายหลายข้อหาโดยฝีมือผู้รักษากฎหมายเสียเอง ขณะที่รถบิ๊กไบก์ก็มีคำชี้แจงพร้อมเปิดเผยถึงเอกสารซื้อขายว่าเป็นของส.ต.ต.นรวิชญ์ซื้อมาจริง เมื่อปี 2564 แต่เป็นการโอนลอย ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อผู้ครอบครอง ยืนยันไม่ใช่ของกลางในคดีที่ตำรวจนำไปใช้ สำหรับการแก้ไขปัญหา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร.ระบุว่าจะประชุมระหว่างกทม. กระทรวงคมนาคม และหน่วยเกี่ยวข้องเพื่อหารือการวางมาตรฐานการดูแลทางม้าลาย ทั่วประเทศให้เกิดความปลอดภัยในระยะยาว โดยสำหรับกรุงเทพฯ จะติดตั้งเครื่องหมายสัญญาณไฟทางม้าลาย รวมถึงกล้องตรวจจับ การติดตั้งป้ายกำหนดความเร็วก่อนถึงทางม้าลายไม่ให้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือป้ายชะลอความเร็ว รวมถึงการเพิ่มไฟส่องสว่างให้ชัดเจนมากขึ้น ส่วนที่ต่างจังหวัดจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมกับ ท้องถิ่น พร้อมจะประเมินว่าถ้าจุดไหนไม่มีมาตรฐานต้องปรับปรุงอย่างไร จุดไหนไม่เหมาะสมหรือมีความเสี่ยงมากก็จะยกเลิกหรือปรับย้ายทางม้าลายออกไป โดยนำเคสหมอกระต่ายมาเป็นบทเรียน ย้อนคดีชนดับทางม้าลาย จริงๆ แล้วอุบัติเหตุที่เกิดจากการข้ามทางม้าลาย ในกรณีของหมอกระต่ายไม่ใช่ครั้งแรก หากย้อนไปเมื่อปี 2557 ก็เกิดอุบัติเหตุที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม โดยช่วงบ่ายของวันที่ 18 ธ.ค. 2557 ตร.สน.ทองหล่อรับแจ้งเหตุผู้สื่อข่าวสาว น.ส.กาณจน์ภัสจ์ ศิริประทุม หรือ วิเวียน อายุ 29 ปี สังกัดแกรมมี่ และครีเอทีฟรายการ ถูกรถบรรทุกพุ่งชนที่หน้าตึกจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ทั้งที่จุดดังกล่าวมีสัญญาณไฟจราจร เมื่อไฟแดงน.ส.กาณจน์ภัสจ์ก็เดินลงถนน แต่คนขับรถบรรทุกไม่ได้หยุด พุ่งชนร่างลากไปไกลกว่า 5 เมตร เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท ผู้ต้องหายื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 8 หมื่นบาทประกันตัวในชั้นสอบสวน หลังเกิดเหตุมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ก็พูดกันถึงเรื่องการกวดขันวินัยจราจร แต่แล้วก็เงียบหายไป จนเกิดอุบัติเหตุบนทางม้าลายอีกหลายเหตุการณ์ วันที่ 7 ก.ค. 2564 นายสำรวย ตุ้ยจิตร อายุ 81 ปี ถูกรถชนเสียชีวิตที่ทางม้าลาย บริเวณถนนสมุทรสงคราม-บางแพ หลักกิโลเมตรที่ 12 ทางเข้าหน้าวัดปากง่าม จ.สมุทรสงคราม นายมาตรการ ยอแสง อายุ 28 ปี คนขับรถกระบะให้การว่าขณะขับรถมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเวลาเช้ามืด และบริเวณดังกล่าวมืดมาก เพิ่งจะมามองเห็นผู้เสียชีวิตกำลังเดินข้ามถนนอย่างกระชั้นชิดมากจึงหักหลบและเฉี่ยวผู้เสียชีวิตกระจกทางด้านซ้าย กระแทกกับกระบะด้านซ้ายจนเสียชีวิต 14 เม.ย. 2564 น.ส.ธีราพร หวันสู อายุ 23 ปี ถูก นายใหม่ ศรีชื่นชม อายุ 26 ปี แซงซ้ายพุ่งชนที่ทางม้าลาย หน้าวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี 5 ธ.ค. 2562 นางก้อนทอง อมรินทรบัญชา อายุ 63 ปี ถูกจักรยานยนต์ชนเสียชีวิตที่ทางม้าลาย หน้าตลาดปิ่นทอง ปากซอยเอกชัย 43/1 เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร 1 ก.ค. 2562 น.ส.วิลาวัณย์ พุ่มมาลา หรือ น้องลิ้นจี่ นักศึกษาที่จบใหม่ เพิ่งเริ่มทำงานวันแรก โดนรถจักรยานยนต์ชนขณะข้ามทางม้าลาย บริเวณแยกกรมโยธาและผังเมือง ถ.พระราม 9 บาดเจ็บสาหัส เสียชีวิตเวลาต่อมา 9 ก.พ. 2562 น.ส.หทัยภัทร ตันตศิริ หรือ ใบหม่อน นักเรียนชั้น ม.4 วิทยาลัยนาฏศิลป์ ถูก นายมรรควัฒน์ จันทร์ไพจิตร หรือปุ๊ นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งขับบิ๊กไบก์ฝ่าไฟแดงชนขณะกำลังข้ามถนนตรงทางม้าลายหน้าวิทยาลัยนาฏศิลป์ จ.นครปฐม จนอาการโคม่า สมองตาย ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทั้งหมดเป็นความสูญเสียจากปัญหากฎจราจร ที่ล่าสุดผู้มีอำนาจต่างขยับกันยกใหญ่ ก็หวังว่าคงจะจริงจัง ไม่เป็นไฟไหม้ฟาง ไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้ซ้ำขึ้นมาอีก

วงจรปิดที่เกิดเหตุ

บิ๊กไบก์ที่ชน

ส.ต.ต.บวช

หมอกระต่าย