อ่าน‘หยุดความบอบช้ำนักเรียนไทย’

บุ๊กสโตร์

มิอาจไม่นับเป็นปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์ การลุกขึ้นอย่างกล้าหาญของนักเรียนเมื่อปี พ.ศ.2563 ต่อต้านอำนาจที่กดขี่ถือสิทธิเหนือชีวิตนักเรียนไทยมายาวนาน

รำลึกวีรกรรมเยาวรุ่นที่ส่งผลระดับสังคมสะเทือนถึงวันนี้ “สำนักพิมพ์มติชน” www.matichonbook.com ชวนอ่านหนังสือ เล่มเด่นในช่วงเวลาแห่งการรู้เท่าทัน

“เครื่องแบบ ทรงผม หน้าเสาธง ไม้เรียว : ประวัติศาสตร์วินัยและการลงทัณฑ์ในโรงเรียนไทย” หนังสือโดย ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ ที่เป็นเสมือนบัตรเชิญผู้อ่านและทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการหยุดยั้งประวัติศาสตร์ความบอบช้ำของนักเรียนไทย

นักเรียนไทยที่ถูกสอนให้ท่องจำและปฏิบัติตัวอย่างเชื่องเชื่อ ประสบความไม่สมเหตุสมผลของระเบียบวินัย และการลงทัณฑ์อันล่วงละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายเสมอมา ดุด่า ชี้หน้า กล้อนผม เฆี่ยนตี ขว้างแปรงลบกระดาน ทำร้ายร่างกาย ฯลฯ และอีกสารพัดวิธีที่ครูจะกำราบให้นักเรียนหลาบจำ โดยกระทำกันอย่างเป็นปกติ(ทั้งที่ผิดปกติ) จนเคยชิน

มันไม่ได้เกิดขึ้นจากครูหรือนักเรียน(ชั่ว/เลว/ไม่ดี)คนใดคนหนึ่ง แต่เป็นผลจากวัฒนธรรมอำนาจนิยมที่แฝงอยู่ในระบบการศึกษาไทยมาช้านาน

อาจารย์ภิญญพันธ์ุตีแผ่ประวัติศาสตร์ความบอบช้ำของนักเรียนไทยและปัญหาความรุนแรงในระบบการศึกษาไทยที่ไม่รู้จบ ตั้งแต่หลังการปฏิวัติสยาม 2475 ถึง พ.ศ.2563 อันเป็นปีสำคัญที่เหล่านักเรียนได้ลุกขึ้นมาต่อต้านอำนาจที่กดขี่มาหลายทศวรรษ

มุ่งทำความเข้าใจอำนาจการควบคุมนักเรียนผ่านเรือนร่างและพื้นที่ของนักเรียนภายในโรงเรียน บอกเล่าถึง “ระเบียบวินัยฉบับวัฒนธรรม” อันเป็นหลักการและแนวคิดสำคัญในการควบคุมเด็กและเยาวชน ความไม่สมเหตุสมผลของการควบคุมระเบียบวินัยที่เกิดขึ้นและการลงทัณฑ์อันล่วงละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย รวมถึงเผยให้เห็นผลกระทบและผลประโยชน์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงอยู่กับการควบคุมระเบียบวินัยนี้ ไม่ว่าจะในบริบททางเศรษฐกิจหรือการเมือง

และแม้บางกฎการควบคุมมีการ ผ่อนปรนมากขึ้น แต่หลายโรงเรียนยังคงพยายามกุมอำนาจนั้นไว้ โดยอ้างว่า “เป็นสิทธิ์ของโรงเรียน” อันเป็นแนวคิดที่ถูกผลิตซ้ำอย่างยาวนาน จนถึงทุกวันนี้ที่สมรภูมิทางความคิดระหว่าง “ระเบียบวินัยฉบับวัฒนธรรม” กับนักเรียนยังดำเนินต่อไป

…อีกเล่มเข้มข้นว่าด้วยปรากฏ การณ์ปี 2563 “สงครามเย็น (ใน)ระหว่าง โบว์ขาว” งานศึกษาของ กนกรัตน์ เลิศชูสกุล ผู้ก้าวเข้าไปสำรวจและฟัง “เสียง” หลากหลายท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองอันร้อนระอุ

สำรวจมุมมองและโลกทัศน์ทางการเมืองของคนต่างรุ่น ต่างวัย ต่างวัฒนธรรม ต่างอุดมการณ์ทางการเมือง ระหว่าง “คนรุ่นสงครามเย็น” “คนรุ่น (ใน) ระหว่าง” และ “คนรุ่นโบว์ขาว” ทำความเข้าใจรายละเอียดอันซับซ้อนภายใต้ความขัดแย้งที่ดูคล้ายไม่มีวันจะลงรอยของคน 3 เจเนอเรชั่นที่ล้วนมีบทบาทสำคัญในปรากฏการณ์ทาง การเมืองสำคัญของไทยเมื่อปี พ.ศ. 2563 ผ่านการทบทวนประวัติศาสตร์ เงื่อนไขที่ รายล้อม เข้าไปร่วมสังเกต สนทนา เก็บสถิติ และรับฟังเสียงต่างมุมจากการสัมภาษณ์ในพื้นที่ชุมนุมจริง

เพื่อชี้ชวนให้เราหาทางออกร่วมกันว่าท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนไปไม่หยุดยั้ง เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร

…และชวนอ่าน 3 เล่มในชุด “50 เรื่องน่ารู้ ฉันรักประวัติศาสตร์” ประกอบด้วย “50 เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย” ปภาณิน เกษตรทัต รวบรวบ 50 เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ ครบถ้วนทั้งทางด้านประวัติศาสตร์การเมืองการปกครอง สังคม ศิลปวัฒนธรรม ไล่เรียงมาตั้งแต่สมัยรัฐโบราณจนถึงช่วงสมัยที่เรียกว่าประเทศไทย ทำให้ได้เห็นภาพรวมช่วงเวลาสำคัญของประเทศไทยที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญกับประเทศไทยและเพื่อนบ้านเป็นอย่างยิ่ง

“50 สิ่งแรกในเมืองไทย” สิ่งรอบตัวเราล้วนมีประวัติศาสตร์ น่าสนุกแฝงอยู่ หยิบเรื่องราวของสิ่งรอบตัวเรามาเล่าในรูปแบบใหม่ เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เพราะสิ่งเหล่านี้ขอโชว์ของเป็นพระเอกในการเล่าประวัติตัวเอง ว่าถูกผลิตขึ้นอย่างไร หรือถูกนำเข้ามาในเมืองไทยโดยใคร และอย่างไร เป็นของเก่าที่จะกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง

“50 คนดังนอกตำรา” ในตำราเรียนประวัติศาสตร์ของเรามักหลงลืมใครไว้เสมอ หนังสือเล่มนี้พาไปพบกับ 50 คนดังที่ไม่ปรากฏชื่ออยู่ในตำราเรียนหรือปรากฏเพียงน้อยนิดเท่านั้น ทั้งที่บุคคลเหล่านี้มีความสำคัญกับประวัติศาสตร์ไทยไม่แพ้กัน 50 คนดังในเล่มครอบคลุมบุคคลทุกชนชั้นในสังคม ไล่ตั้งแต่ระดับกษัตริย์จนถึงไพร่และทาส อิ่มเรื่องและอิ่มรสไปกับเรื่องราวที่เหมือนกับคนดังเหล่านั้นมาเล่าให้ฟังด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวหรรษา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน