กัญชาเสรี กลายเป็นเรื่องฮิตสุดขีดในบ้านเมืองเราไปแล้วในขณะนี้ เมื่อได้รับการปลดล็อกพ้นจากบัญชียาเสพติด ถือเป็นความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศเป็นนโยบายเมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้งแล้วทำได้จริง จนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ถึงกับประกาศก้องว่า เราทำสำเร็จแล้ว
แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือกฎหมายรองรับยังไม่คลอดออกมา ยังต้องช่วยกันระมัดระวัง
ใช้เพียงด้านดีของกัญชาเท่านั้น พึงควบคุมป้องกันอย่าไปใช้ในด้านที่เป็นโทษ
ต้องใช้เพื่อการแพทย์และสุขภาพ เป็นยา ปรุงอาหาร แต่ละเว้นการนำไปสูบ เสพ เพราะมีฤทธิ์ต่อจิตประสาทรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ต้องชื่นชมว่า ความสำเร็จในเรื่องกัญชาเสรี ถือเป็นความก้าวหน้าของบ้านเมือง เป็นนโยบายที่ไม่ติดอยู่ในกะลา
แต่ต้องไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องเสียหายจากด้านที่เป็นโทษของกัญชา ไม่เช่นนั้นคะแนนเสียงจะกลายเป็นคะแนนเสียไปในที่สุด!
ที่น่ายินดีอีกอย่างก็คือ เมื่อพรรคการเมืองมีนโยบายในการหาเสียงที่ชัดเจน เป็นประโยชน์ต่อสังคม
แล้วสามารถผลักดันให้นโยบายนั้นเป็นจริงขึ้นมา เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน
ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็จะเป็นจุดขายของพรรค เป็นการยกระดับการเมืองไทยให้สู้กันที่นโยบายจริงๆ
จะว่าไปแล้ว มีพรรคการเมืองที่ทำเสร็จแนวนี้มาแล้ว คือ สร้างนโยบายทางการเมืองระดับพลิกโฉมสังคม
วันนี้เมื่อพูดถึง 30 บาทรักษาทุกโรค ใครก็ต้องนึกถึงพรรคการเมืองของพี่โทนี่ และส่งผลให้ชนะการเลือกตั้งในทุกครั้งมาตั้งแต่ปี 2544
เพราะ 30 บาทรักษาทุกโรค คือ การดูแลสุขภาพการเจ็บป่วยของประชาชนคนไทยที่ตรงจุดที่สุด ตอบสนองชีวิตประชาชนทุกระดับได้ดีที่สุด
ซึ่งไม่แค่ 30 บาทรักษาทุกโรคเท่านั้น แต่จะพบว่าในการเลือกตั้งทุกครั้ง จะมีนโยบายเด็ดออกมาเป็นจุดขาย จนได้รับความนิยมมาตลอด
จนมีผลให้การเลือกตั้งเริ่มเปลี่ยนโฉมหน้า การใช้เงินซื้อเสียงยังมีอยู่ แต่ไม่ใช่จุดชี้ขาดการเลือกตั้งอีกแล้ว!
ในพรรคเก่าแก่บางพรรค ที่พ่ายแพ้เลือกตั้งบ่อยๆ มีคนในพรรคออกจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้เลิกท่องสูตรเดิมๆ ที่ว่า เราแพ้เพราะเขาซื้อเสียง
เรียกร้องให้กลับมาทบทวนตัวเองว่า เราแพ้เพราะเขามี นโยบายหาเสียงที่เข้าถึงประชาชน จับต้องได้จริง
มีงานวิจัยทางวิชาการก็ยืนยันว่า เงินซื้อเสียงเริ่มหมดบทบาทไป เมื่อมีพรรคการเมืองที่สามารถสร้างนโยบายจนครองใจประชาชน
ชาวบ้านเริ่มเลือกด้วยเชื่อในนโยบายของพรรคการเมืองที่ทำให้ชีวิตอยู่ดีกินดีขึ้นได้จริง
จึงต้องบอกว่า น่ายินดีกับพรรคที่สามารถทำกัญชาเสรีได้สำเร็จ
พรรคการเมืองต้องยกระดับ หันมาใช้นโยบายเป็นจุดขายในการหาเสียง
โดยเฉพาะเลือกตั้งครั้งหน้าต้องสู้กันที่วิสัยทัศน์การพลิกฟื้นเศรษฐกิจจริงๆ ไม่ใช่ชูความสงบจบที่ลุงซึ่งหมดสภาพไปแล้ว!
วงค์ ตาวัน