กลายเป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจกันทั้งบ้านทั้งเมือง สำหรับกรณีตำรวจหญิงคนดัง ที่จุดเริ่มต้นของการแจ้งความ ดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย
พอเรื่องราวถูกสืบสาวถึงพบพิรุธอีกหลายประเด็น เชื่อมโยงถึงระบบอุปถัมภ์ ระบบคุณธรรม ที่ประเทศนี้ยืนยันว่ามีเปี่ยมล้นกันมาตลอด
ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารับราชการตำรวจในอายุเกินเกณฑ์ แถมเข้ามาแล้วก็ไปช่วยราชการที่กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ฟาดเบี้ยเสี่ยงภัย อายุราชการทวีคูณ โดยไม่ต้องไปปฏิบัติหน้าที่
แถมยังได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษากมธ. และอนุกรรมาธิการของทั้งสนช. และวุฒิสภา อีกหลายตำแหน่ง
เต็มไปด้วยความสามารถเกินบุคคลรุ่นเดียวกัน
นอกจากนี้ยังถูกกล่าวหาว่าฝากหญิงรับใช้เข้าเป็นทหารได้อีก แถมเมื่อได้เป็นแล้วก็มาช่วยราชการที่บ้านนาย โดยรับเงินเดือนหลวงอย่างพีมัน
จนถูกจับจ้องว่าอะไรกันนะที่เป็นกลไกสำคัญผลักดันให้มีบารมีได้ถึงขั้นนั้น
และพาดพิงไปถึงส.ว.คนดังที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่
ซึ่งในที่สุด ส.ว.คนดังกล่าวก็เปิดตัวแถลงต่อสังคม ยอมรับเคยสนิทสนมใกล้ชิด แต่ไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ใดๆ ช่วยเหลือ และพร้อมรับการตรวจสอบทุกอย่าง
ก็ต้องดูว่าผลของการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร จะตอบคำถามสังคมได้หรือไม่!!!

กมธ.สภาแถลงสอบ
■ หาตัวส.ว.เอี่ยวสิบตำรวจโท
จากกรณีเรื่องอื้อฉาว ที่ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม ผบ.หมู่ กก.4 บก.ส.1 ถูกแจ้งความดำเนินคดีจากกรณีทำร้ายร่างกาย ทรมาน ส.ท.หญิง ‘เอ’ ทหารรับใช้ ที่อ้างว่าฝากเข้ารับราชการทหารได้ จนกระทั่งเข้ามอบตัวที่สภ.เมืองราชบุรี พร้อมพกใบ รับรองแพทย์อ้างว่ามีอาการทางจิต ควบคุมตัวเองไม่ได้มาแสดง
ขณะที่ตำรวจแจ้งข้อหาความผิด เป็นข้าราชการแสวงหาประโยชน์ บังคับใช้แรงงานหรือบริการ โดยการข่มขืนใจ โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของบุคคลนั้น หรือผู้อื่น โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจาก หรือไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ ซึ่งบุคคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล และใช้อำนาจโดยมิชอบ ใช้อำนาจครอบงำบุคคลด้วยเหตุที่อยู่ในภาวะอ่อนด้อย ทางร่างกาย จิตใจ ความผิด ตาม พ.ร.บ.ปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6, มาตรา 6/1, มาตรา 13 และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
ก่อนที่จะถูกฝากขังศาลจังหวัดราชบุรี และศาลไม่ให้ประกันไปก่อนหน้านี้
แต่เรื่องราวก็ยังไม่ได้ยุติลง เพราะยังคงมีปมประเด็นที่เป็น ข้อสงสัยอีกมาก ไม่ว่าการเข้ารับราชการตำรวจในวัย 39 ปี ทั้งที่ระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุไว้ว่าต้องมีอายุ ไม่เกิน 35 ปี แม้รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะออกมาชี้แจงว่าสามารถผ่อนปรนได้ในสาขางานที่เป็นที่ต้องการ ซึ่งพบว่าส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ นั้นใช้วุฒิปวส.ด้านบัญชีเข้าสมัคร รับราชการ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทุกอย่าง
ซึ่งก็ยังมีข้อสงสัยต่อมาอีกมาก ไม่ว่าหากเป็นผู้มีความสามารถด้านบัญชีขนาดที่ต้องยกเว้นหลักเกณฑ์ให้ แล้วทำไมถึงให้โอนย้ายไปอยู่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
รวมทั้งให้ไปช่วยราชการที่กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยระบุว่าเป็นการทำงานด้านการข่าว
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประโยชน์ต่อราชการตำรวจมากน้อย เพียงใด
ไม่เพียงแค่นั้นยังลามไปถึงบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็นถึงวุฒิสภา ว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดนั้นเป็นใครกันแน่
จนกระทั่งมีคนตาดีไปเห็นป้ายทำบุญร่วมกันที่ศาลาดำรงค์สกุล ภายในวัดบางลี่เจริญธรรม อ.เมือง จ.ราชบุรี ระบุชื่อของส.ต.ท.กรศศิร์ และส.ว.รายหนึ่ง ในฐานะผู้ร่วมบริจาคเงิน 120,000 บาท สมทบทุนสร้างศาลาอเนกประสงค์
กลายเป็นคำถามสงสัยว่าส.ว.คนนี้หรือไม่ที่มีส่วน เกี่ยวข้อง!??

สว.ธานี
■ ‘ธานี’เปิดตัวพร้อมให้พิสูจน์
หลังจากป้ายชื่อทำบุญร่วมกันถูกแชร์ไปว่อนโลกออนไลน์ ในที่สุดเมื่อวันที่ 1 ก.ย. หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับส.ต.ท.หญิงร่วม 2 สัปดาห์ นายธานี อ่อนละเอียด ส.ว.ก็ออกเอกสารแจง ระบุ 5 ประเด็นหลักประกอบด้วย
1.ผม นายธานี อ่อนละเอียด ประกอบอาชีพทนายความตั้งแต่ พ.ศ.2521 สถานะโสด โดยได้หย่าร้างมาเป็นเวลาเกือบ สามสิบปีแล้ว
2.ตามที่ปรากฏเป็นข่าวมีการทําร้ายร่างกายกันของผู้หญิง สองคน โดยได้มีการดําเนินคดีกันที่ศาลจังหวัดราชบุรี ข่าว ดังกล่าวเป็นข้อพิพาทของบุคคลสองคน ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจต่อการกระทําดังกล่าว
3.ผมเคยรู้จัก และเคยสนิทสนมกับตํารวจหญิงตามที่ เป็นข่าว แต่ได้ขาดการติดต่อ กันมานานแล้ว ผมเพิ่งทราบ จากสื่อว่าปัจจุบันตํารวจหญิง ได้คบหากับชายที่ปรากฏในข่าว ดังนั้นการเสนอข่าวใดๆ สื่อ ควรจะคํานึงถึง สิทธิ เสรีภาพของสตรี และควรคํานึงถึงเส้นแบ่งไม่เข้าไปก้าวล่วงในเรื่องส่วนตัวของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ
4.ผลที่เกิดขึ้นจากการนําเสนอข่าวของสื่อมวลชนต่างๆ และคํากล่าวอ้างที่หาว่าผมใช้ตําแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อหลายสถาบันหลายองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันวุฒิสภา คงต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจริยธรรมของวุฒิสภาและคณะกรรมการป.ป.ช ดําเนินการไป ตามอํานาจหน้าที่
ผมพร้อมแสดงข้อเท็จจริงต่อกระบวนการในการตรวจสอบ และหากคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมของทั้งสองหน่วยงานได้มีมติเป็นประการใด ผมก็พร้อมน้อมรับกับการคําวินิจฉัยนั้น ซึ่งสื่อมวลชนต่างๆ ก็คงจะได้ทราบถึงข้อเท็จจริงและผลการวินิจฉัย และกระบวนการสอบสวนเช่นนี้ใช้ระยะเวลาไม่นาน
5.ผมไม่ได้ใช้ตําแหน่งหน้าที่โดยมิชอบตามข้อกล่าวหา หน่วยงานดังกล่าวล้วนแต่มีระเบียบ ข้อบังคับในการแต่งตั้งโยกย้าย
ในขณะที่เอกสารชี้แจงของนายธานีออกมา ก็มีการขุดคุ้ยและเปิดเผยเอกสารราชการอีกหลายชิ้น อาทิ เอกสารตั้งแต่ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สนช. ลงวันที่ 31 ม.ค. 61 และเอกสารของกมธ.ตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติ มิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ถึงผบ.ทสส.ขอตัว สิบโทหญิงเอ ที่เป็นทหารรับใช้มาช่วยราชการที่กมธ. ทั้ง 2 ฉบับ ลงนามโดย พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เป็นเรื่องที่รอผลการตรวจสอบเช่นกัน

สอบปากคำสิบตำรวจโทหญิง
■ สภาสอบอุตลุด-ป้อมไฟเขียว
ขณะที่ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปราม การทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงการสอบสวนคดีดังกล่าว ระบุว่า ประธานกมธ.กำชับให้ ทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา และไม่ให้ทำเฉพาะคดีทำร้ายร่างกาย แต่ให้ทำไปถึงโครงสร้างของตำรวจและทหาร
ซึ่งจะตรวจสอบว่ากระบวนการรับบุคคลเข้ารับราชการตำรวจนั้นเป็นไปโดยชอบหรือไม่ เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการยกเว้นเกณฑ์การบรรจุแต่งตั้ง ที่จะต้องมีอายุไม่เกิน 35 ปี โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อ้างว่าวุฒิ ปวส.ด้านบัญชีเป็นคุณวุฒิที่ขาดแคลน
และได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการใน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะจากข้อมูลที่เปิดเผยออกมามีการให้การจากผู้เสียหายในคดีทำร้ายร่างกายว่า ส.ต.ท.ท่านนี้พักอาศัยอยู่ที่ จ.ราชบุรี ตลอด ไม่ได้ไปปฏิบัติราชการในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะที่ยังมีชื่อช่วยราชการและได้สิทธิต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยเลี้ยง เบี้ยเสี่ยงภัย อายุราชการที่ทวีคูณ
พร้อมตั้งคำถามว่าสิ่งเหล่านี้คือ ‘บัญชีผี’ หรือตัวบุคคลที่ ไม่ได้ปฏิบัติราชการจริง แต่มีชื่อรับราชการ รับเงินเดือนและ สิทธิประโยชน์ต่างๆ อยู่หรือไม่ และจากกรณีนี้ทำให้เราตั้งข้อสงสัยว่า ส.ว.ที่หลายท่านมีผู้ช่วย ผู้ประสานงานเป็นตำรวจและทหาร จะรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับข้อสงสัย บัญชีผีเหล่านี้หรือไม่

ทำบุญร่วมกัน
เพื่อให้ความกระจ่างแก่สังคม กมธ.มีมติเชิญ นายธานี อ่อนละเอียด ส.ว. รวมทั้ง พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ส.ว. ในฐานะอดีตประธาน กมธ.การกฎหมาย สนช.ที่ลงชื่อแต่งตั้ง ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ เป็นที่ปรึกษา กมธ.การกฎหมาย สนช.
เช่นเดียวกับกมธ.ทหาร ที่สอบสวนเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกัน พร้อมมีหนังสือขอเอกสารแต่งตั้งส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ และ ส.ท.หญิง ‘เอ’ และหนังสือช่วยราชการจากกองทัพมาสอบสวน
ขณะที่คณะกรรมการจริยธรรม วุฒิสภา ก็ตรวจสอบด้วย และส่งหนังสือให้นายธานี ชี้แจงภายใน 15 วัน ส่วนส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ พบว่าปฏิบัติหน้าที่ในกมธ.สมัยสนช. และส.ว. แต่กรรมการจะพิจารณาในส่วนของส.ว.เท่านั้น ซึ่งพบว่าเซ็นชื่อประชุมทุกครั้ง แต่ส.ว.คนไหนเสนอให้แต่งตั้งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
ด้านพล.อ.ประวิตร ในฐานะรักษาการนายกฯ ก็ไฟเขียว เต็มที่ ระบุว่า “เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลก็ว่าไป ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไปเต็มที่”
รอดูเลยว่าผลสอบจะเป็นอย่างไร !!!