ขึ้นแท่นรถเก๋งขายดีแห่งยุคกันไปแล้ว สำหรับเจ้า โตโยต้า ยาริส เอทีฟ ใหม่ เพราะเปิดตัวกันไปเดือนกว่าๆ ยอดจองทะลุทะลวงไปที่กว่า 20,000 คันเข้าไปแล้ว

เป็นผลมาจากดีไซน์ที่ครั้งนี้ทำออกมาได้โดนใจ แถมด้วยราคาที่เรียกเสียงครางฮือ จากนักเลงรถเมืองไทยกันถ้วนทั่ว

ส่วนสมรรถนะนั้น ได้จัดให้ผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ได้ทดสอบกันเมื่อวันก่อน

บนเส้นทางกรุงเทพฯ-จ.ชลบุรี เริ่มสตาร์ตกันที่ TOYOTA ALIVE Driving Park บางนา-ตราด ก.ม.3 กันแต่เช้า

โตโยต้า ยาริส เอทีฟ ใหม่ จอดเรียงรายหลากสี

เดินวนดูรอบคันกันให้ชัดๆ ดีไซน์ภายนอก ออกแบบใหม่ ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่ยังคงแฝงอารมณ์สปอร์ต ด้วยการออกแบบสไตล์ Fastback ด้านท้ายลาดลง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มรถพรีเมียม ฝั่งยุโรป

ชุดไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน กระจังหน้า กันชนหน้าขนาดใหญ่ พร้อมช่องดักอากาศดีไซน์เท่

ด้านข้างหลังคาลาดลงด้านท้าย เส้นสายพลิ้วไหว ไฟท้ายแบบ LED Light Guiding พร้อมไฟเลี้ยว LED แบบ Sequential ไฟวิ่งเป็นเส้นแนวนอน

นอกจากทำให้รถดูเท่แล้ว ยังมองเห็นเด่นชัดเมื่อเทียบกับหลายรุ่นของโตโยต้าที่ไฟเลี้ยวเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นโดยเฉพาะเวลากลางวัน ครั้งนี้โตโยต้าแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

ภายในคันที่ ‘ข่าวสด ยานยนต์’ ทดสอบ เป็นตัวท็อป PREMIUM LUXURY ดีไซน์ให้ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าคนไทยโดยเฉพาะเบาะนั่ง และคอนโซลหน้า บุหนังสีแดง

หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ช่องต่อ USB ด้านหน้า 2 จุด และหลังคอนโซลกลาง ใต้ช่องแอร์ สำหรับผู้โดยสารตอนหลังอีก 2 จุด กล้องบันทึกหน้ารถติดตั้งจากโรงงาน เก็บสายเรียบร้อย อยู่ในตำแหน่งไม่บังสายตา

แอร์อัตโนมัติ พร้อมระบบกรองฝุ่น PM 2.5 เอาใจคุณๆ ที่ต้องแต่งหน้าเวลารถติดด้วยกระจกแต่งหน้าบานใหญ่ที่ใหญ่จริง แบบชนิดแทบเต็มแผงบังแดดด้าน คนขับ

ได้เวลาเดินทาง น้องร่วมคันอาสาทดสอบก่อนขาไป ส่วนขากลับ ‘ข่าวสด ยานยนต์’ ทดสอบรวดเดียวถึงกรุงเทพฯ

ทดลองนั่งเบาะหลังไปเสียเลยทีเดียว เบาะหนังสีแดงให้ความรู้สึกร้อนแรง นุ่มแน่นนั่งสบาย ตัวเบาะสั้นไปนิดหนึ่ง รองรับได้ไม่เต็มต้นขา

แม้จะเป็นรถสไตล์ Fastback ที่หลังคา ลาดลง แต่ไม่ได้อึดอัด ด้วยพื้นที่เหนือศีรษะ ที่มีมาให้มากพอ ส่วนพื้นที่วางขามีมาพอประมาณให้ได้เหยียดแข้งเหยียดขาคลายเมื่อยยามเดินทางไกล

แรงเหวี่ยงพอมีให้ได้รู้สึก ความนุ่มนวลมีมาให้ระดับหนึ่ง ไม่ถึงกับนิ่ม แต่ใช่ว่าจะกระด้าง

ขากลับพร้อมนั่งตำแหน่งคนขับ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ควบคุมสั่งงานได้หลากหลาย

จอแสดงข้อมูล และมาตรวัดแบบดิจิตอล ขนาด 7 นิ้ว ให้มุมมองชัดเจน ไม่ต้องละสายตาจากถนนเป็นเวลานาน คันเกียร์สั้นสไตล์รถสปอร์ต ใกล้กันเป็นเบรกมือไฟฟ้า และระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ

กดปุ่มสตาร์ตเครื่อง ตัวรถอยู่ในโหมดการขับขี่แบบนอร์มัล เน้นโหมดนี้เป็นหลัก เพราะระยะทางไม่ไกลมาก ประมาณ 100 ก.ม.

แต่บางจังหวะเลือกโหมดสปอร์ต เมื่อต้องการเรียกความเร็วปลายและเร่งแซง

กำลังของเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-iE ดุดัน เร้าใจ ทันทีที่เหยียบคันเร่ง พร้อมทะยานไปข้างหน้า

ต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน แม้กำลังจะเพิ่มมาเพียง 2 แรงม้า เป็น 94 แรงม้า แรงบิด 110 นิวตัน-เมตร เพิ่มขึ้นมา 1 นิวตัน-เมตร ก็ตาม

แต่ได้เลือกใช้วัสดุที่น้ำหนักเบาขึ้น เพราะแม้จะมีอุปกรณ์เพิ่มเติมเข้ามาค่อนข้างมากแล้วน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนหน้านี้ 20 ก.ก.

ช่วงแรกเพื่อนร่วมทางหนาตาอยู่พอประมาณแต่ไม่ถึงกับติดขัด เพียงแค่หลบหลีกพี่ใหญ่ น้องเล็ก ทำให้เห็นถึงความคล่องตัวที่มีอยู่เต็มคัน กำลังเครื่องยนต์เรียกมาใช้เพื่อเร่งแซงได้อย่างสบายมือ

ขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี เริ่มทำความเร็วได้ จัดไป 120-130-140 ก.ม.ต่อช.ม. ไม่ต้องรอให้เหนื่อยใจ ขับสนุกยิ่งขึ้นกับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT จังหวะเปลี่ยนเกียร์ค่อนข้างกว้าง ได้อารมณ์สปอร์ตเพิ่มขึ้น มีโหมดแมนนวลให้ได้เชนจ์เกียร์ บวก-ลบ

ความเร็วทะลุไปถึง 150-160 ก.ม.ต่อช.ม. กำพวงมาลัยแน่นขึ้นอีกนิดหนึ่งเพื่อเพิ่มความมั่นใจ เพราะช่วงล่างเริ่มมีอาการหวิวให้ได้รู้สึกเล็กๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก รถเล็กแต่ทำความเร็วขนาดนี้ยังไงก็ต้องมีอาการ

การเปลี่ยนเลน หรือเข้าโค้ง ทำได้อย่างง่ายดาย จากพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าที่คมกริบ ช่วยให้การควบคุมรถไปในทิศทางได้ดั่งใจ

แวะไปทดลองขับเจ้าโตโยต้า ยาริส เอทีฟ ใหม่ ได้ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ กับราคาเริ่มต้นที่ 539,000 บาท ส่วนคันที่ทดสอบนี้ราคาอยู่ที่ 689,000 บาท

ไปเลือกดูว่ารุ่นไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณในกระเป๋า

กิตติพงศ์ ศรีเจริญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน