เป็นคำสารภาพที่น่าตื่นตระหนกอย่างยิ่ง สำหรับการยอมรับในคดีฆ่าหั่นศพแฟนสาวของหนุ่มวัย 35 ปี

ที่ลงมือนัดคู่รักมาพบ เปิดห้องพักในอพาร์ตเมนต์เซอร์วิส อ้างเป็นการเคลียร์ใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่แทนที่จะมีบทสรุปที่ดีกลับลงเอยด้วยความตาย

เมื่อฝ่ายชายเองไม่ได้คิดตั้งใจมาเจรจาอยู่แล้ว แต่วางแผนฆาตกรรมอย่างเป็นระบบมานานกว่า 3 เดือน อ้างได้แนวทางจากภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศ ทั้งเรื่องของการสังหาร การซ่อนเร้นอำพรางศพ วางแผนขุดหลุมใกล้ตอม่อทางด่วน ทุกอย่างเตรียมการไว้หมด

ดีที่แม่บ้านของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์แห่งดังกล่าวพบพิรุธแจ้ง เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ แม้สุดท้ายจะไม่สามารถยับยั้งอาชญากรรมไว้ได้ แต่ก็จับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้อย่างรวดเร็ว

และที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือน้ำเสียงและสีหน้าตอนรับสารภาพของหนุ่มโหดรายนี้ ช่างราบเรียบเป็นปกติ ไม่ได้เห็นถึงความสำนึกผิดใดๆ

จึงไม่แปลกที่ครอบครัวเหยื่อจะมีความรู้สึกกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ลงโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

ทั้งนี้กรณีดังกล่าวก็เป็นเครื่องชี้ชัดให้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาอย่างมีสติ ไม่ว่าจะเป็นเพราะรัก หรือเพราะแค้น

อาชญากรรมที่ก่อไม่ใช่คำตอบ และต้องรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม

งมอาวุธสังหาร

● ช็อกคำสารภาพฆ่าหั่นศพ

เรื่องราวเหล่านี้เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยตำรวจชุดสืบสวนของภูธรจังหวัดสมุทรปราการและ สภ.สำโรงเหนือ บุกเข้าจับกุมนายชาญวิทย์ วงศ์สหาก หรือดอน อายุ 35 ปี หลังพบมี หลักฐานฆ่าหั่นศพ น.ส.อรนันท์ นราทร หรือพิณ อายุ 30 ปี

โดยจากการสอบปากคำนายชาญวิทย์ เบื้องต้นไม่มีท่าทีสะทกสะท้านอะไร พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมบอกอีกว่านาทีที่ตำรวจเคาะประตู เปิดเข้ามาก็รู้แล้วว่าเกม จริงๆ รู้ตั้งแต่แรกแล้วเพราะทางอพาร์ตเมนต์โทรศัพท์เข้ามาขอเช็กระบบไฟ เมื่อเข้ามาแล้วก็เห็นรอยดินที่ไม่น่าใช่แม่บ้าน ก็คิดไว้อยู่แล้ว เพียงแต่ ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้

พร้อมยังพูดติดตลกว่ายังเรียนอยู่ และมีสอบ แต่คงไม่ได้ไปอีกแล้ว

ขณะที่คำสารภาพของนายชาญวิทย์นั้นสรุปได้ว่า ได้คบหากับ น.ส.อรนันท์มาประมาณปีกว่า แต่ไม่ได้เป็นที่เปิดเผย เพราะตนมีภรรยาอยู่แล้ว

ต่อมาระยะหลัง น.ส.อรนันท์เริ่มตีตัวออกห่าง มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม จึงคิดวางแผนจะลงมือฆ่าน.ส.อรนันท์มานานกว่า 3 เดือน ทยอยเตรียมขุดหลุมฝังศพประมาณเดือนกว่า ซื้อมีด เลื่อย รวมถึงน้ำยาล้างห้องน้ำมาเก็บไว้ที่ท้ายรถ

เหยื่อสาว

 

กระทั่งวันเกิดเหตุ 28 ก.ย. นัดเจอกับ น.ส.อรนันท์ ย่านซอยลาซาล ก่อนที่จะเข้ามาเปิดห้องพักที่อพาร์ตเมนต์ดังกล่าว ซึ่งเปิดให้เช่า รายวัน โดยตนเช่าไว้เป็นเวลา 7 วัน บอกกับ น.ส.อรนันท์ว่าจะได้มาเคลียร์ใจกัน

พอตกกลางคืน จึงอาศัยจังหวะที่น.ส.อรนันท์นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ ใช้มีดปักเข้าที่บริเวณลำคอจนล้มฟุบ และกระหน่ำแทงอีกหลายครั้งจนมั่นใจว่าเสียชีวิต ก่อนที่จะลากศพเข้าไปไว้ในห้องน้ำ

พร้อมระบุว่าคืนดังกล่าวกลับไปนอนพักที่บ้านของตนเอง ย่านรามอินทรา

ต่อมาวันที่ 29 ก.ย. จึงกลับมาที่ห้องดังกล่าวเพื่อลงมือหั่นศพ น.ส.อรนันท์ โดยเริ่มหั่นชิ้นส่วนแขนและขาก่อน และชิ้นส่วนอื่นๆ รวม 7 ชิ้น ใช้เวลาประมาณ 4 ช.ม.

จากนั้นคืนวันที่ 30 ก.ย. จึงนำศพใส่กระเป๋า และถุงดำถือลงจากห้อง ไปใส่ท้ายรถฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ฎล 8211 กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปฝังไว้ที่ใต้ทางด่วนรามอินทรา

ส่วนมีดและเลื่อยรวมถึงทรัพย์สินของผู้ตาย นำไปโยนทิ้งคลองบางขวด กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 1 ต.ค. กลับมาที่เกิดเหตุ จนถูกจับกุมดังกล่าว

ทั้งนี้ ให้การว่า วิธีการฆาตกรรมและหั่นศพนั้นดูมาจากภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศ แล้วนำมาปรับใช้ ขณะที่สาเหตุที่ลงมือเพราะรักน.ส.อรนันท์มาก จึงกลายเป็นความแค้นเมื่อถูกตีตัวออกห่าง

ระบุว่าสำนึกผิดและอยากขอโทษครอบครัวของผู้ตาย

เป็นคำสารภาพจากปากของฆาตกร!!

สารภาพหมดเปลือก

● เปิดไทม์ไลน์วางแผน 3 เดือน

ขณะที่จุดเริ่มต้นของการจับกุม เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบเรื่องราวผิดปกติ ที่อพาร์ตเมนต์เช่ารายวันแห่งหนึ่ง ย่านซอยสุขุมวิท 115 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยระบุว่า แม่บ้านที่เข้าไปทำความสะอาดห้องพัก พบสิ่งของที่น่าสงสัย อาทิ ขวาน มีด ถุงดำ น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ และยังมีกลิ่นคาวเลือดคลุ้งจากในห้องน้ำห้องพัก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบ พร้อมเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว พบว่าเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 ก.ย. มีชายหญิงคู่หนึ่งเข้ามาเปิดห้องพักด้วยกัน โดยเช่าไว้ 7 วัน โดยภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพว่าทั้งคู่ขึ้นรถมาพร้อมกันและขึ้นลิฟต์ไปบนห้องด้วยกัน

ต่อมาวันที่ 29 ก.ย.ช่วงค่ำ พบชายคนดังกล่าวออกจากห้องพัก เพียงคนเดียว และย้อนกลับเข้ามาใหม่ ต่อมาช่วงบ่ายวันที่ 30 ก.ย. ชายคนดังกล่าวออกจากตึกโดยมีกระเป๋าใบใหญ่ไปด้วย และย้อนกลับมาขนถุงดำอีกในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. โดยนำขึ้นรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียน ฎล-8211 กรุงเทพมหานคร

จึงวางแผนดักรอผู้ต้องหาให้กลับมาที่ห้องพักที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนบุกเข้าไปควบคุมตัว พร้อมสอบปากคำก็ได้ยินความจริงที่น่าตระหนกด้วยการรับสารภาพว่าหญิงสาวที่เข้ามาด้วยกันกลายเป็นศพถูกฆ่าหั่นแล้วนำไปฝังดินเรียบร้อย!!!

ทั้งนี้ชายคนดังกล่าวคือ นายชาญวิทย์ วงศ์สหาก หรือดอน อายุ 35 ปี ขณะที่ฝ่ายหญิงผู้เสียชีวิตคือ น.ส.อรนันท์ นราทร หรือพิณ อายุ 30 ปี

ก่อนจะคุมตัวไปชี้จุดที่นายชาญวิทย์รับสารภาพว่านำของกลางไปทิ้งไว้ที่คลองบางขวด ห่างจากตลาดนัดเลียบด่วนประมาณ 100 เมตร ก่อนรวบรวมหลักฐานประกอบด้วย เลื่อยที่ใช้ตัดชิ้นส่วน เสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อเหตุ ถุงมือ กระเป๋าใส่ของสีดำ และสีน้ำตาล 3 ใบ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แมคบุ๊กของผู้ตาย 1 เครื่อง ขวานและมีดที่ใช้ในการฆาตกรรม

พร้อมนำไปชี้จุดที่นำศพไปฝังที่ตอม่อใต้ทางด่วนรามอินทรา เมื่อขุดลงไปพบถุงดำหลายใบถูกฝังอยู่ ภายในพบว่าเป็นชิ้นส่วนมนุษย์ถูกตัดเป็น 7 ส่วน โดยใบแรกเป็นท่อนแขนซ้าย ใบที่สอง ส่วนหัว ใบที่สามส่วนขาซ้าย ตั้งแต่หัวเข่า ใบที่สี่ส่วนแขนขวา ข้อศอกลงมา ใบที่ห้าส่วนขาขวา หัวเข่า ใบที่หกส่วนลำตัว ต้นคอถึงเอว และใบที่เจ็ด ส่วนท่อนล่าง เอวถึงหัวเข่า

หลักฐานและคำรับสารภาพครบหมด!!

พ่อรับร่างเหยื่อสาว

 

● ญาติเหยื่อจี้โทษประหาร

ในเรื่องของคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. รุดสอบสวนด้วยตัวเอง พร้อมแถลงว่าสาเหตุที่สามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากแม่บ้านของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ แอทเอส 115 เรสซิเดนซ์ แจ้งตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ว่ามีความผิดปกติภายในห้อง 402 จากกลิ่นคาวเลือด และพบน้ำยาล้างห้องน้ำจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจนเชื่อว่าน่าจะเกิดเหตุฆาตกรรม ทั้งพยานแวดล้อมและภาพจากวงจรปิด และเฝ้าสังเกตการณ์จนจับกุมผู้ต้องสงสัยได้สำเร็จ

ขณะที่เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และซ่อนเร้น ทำลาย เคลื่อนย้ายศพ และทำลายหลักฐาน

พร้อมคุมตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมคัดค้านการประกันตัว จากนั้นคุมตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางสมุทรปราการทันที

ด้านนางรัชนี ภูคงน้ำ แม่ผู้ตาย ระบุอยากเจอหน้าฆาตกร อยากสอบถามว่าเหตุใดจึงลงมือกับลูกสาวขนาดนี้ พร้อมระบุว่าลูกสาวเคยเล่าให้ฟังเมื่อหลายเดือนก่อนว่ารู้จักนายชาญวิทย์ที่มีครอบครัวอยู่แล้ว เข้ามาจีบและตามตื๊อ จนเกิดความรำคาญ ซึ่งตนเตือนลูกให้ตีตัวออกห่าง จึงทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา น.ส.อรนันท์ไม่ได้สุงสิงกับนายชาญวิทย์อีก

นายอร่าม นราทร บิดาของผู้เสียชีวิตเผยว่า อยากให้กฎหมายลงโทษให้ประหารชีวิต เพราะการที่ฆาตกรสารภาพผิดเนื่องด้วยจำนนต่อหลักฐาน ไม่ได้สารภาพผิดเพราะสามัญสำนึก

“อยากให้ประเทศนี้จริงจังกับโทษประหารชีวิต คือตัดสินแล้วก็ประหารเลย ไม่ใช่เอาไปใส่คุกไว้ รอวันรับอภัยโทษ ได้รับการลดโทษทุกปี จนออกมาใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น ถ้าถึงวันนั้น คนทั่วไปก็ไม่รู้ว่าคนคนนี้เคยต้องโทษคดีฆ่าคน แล้วเกิดฆาตกรคนนี้ไปก่อเหตุฆ่าคนอีก ใครจะรับผิดชอบ

เป็นข้อเรียกร้องจากฝั่งผู้สูญเสีย ขณะที่กระบวนการยุติธรรมต้องดำเนินต่อไป

แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจได้ว่าการก่ออาชญากรรมไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับได้ทั้งสิ้น

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน