กลายเป็นรายการทอล์กโชว์ ที่คนไทยแห่กันดูมากที่สุดไปแล้ว สำหรับเดี่ยว 13 ของ “อุดม แต้พานิช” ตลกเดี่ยวไมโครโฟน เพราะมีคนช่วยโปรโมตมากมายหลายรูปแบบ ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ทั้งที่เป็นรายการบันเทิงแท้ๆ ก็กล่าวหาให้เป็นเรื่องซีเรียส
อย่างที่บอกนั่นแหละ ถ้าฟังหัวเรือใหญ่ของรัฐบาลคือ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เตือนเอาไว้ว่า เขาก็วิจารณ์ทุกรัฐบาล และเป็นเรื่องบันเทิง ไม่ควรนำมาเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร
เรื่องนี้ก็จะคลี่คลายเป็นเรื่องคลายเครียดไปในที่สุด
แต่ก็มีคำถามว่า แล้วเหตุใดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่เป็นจุดหลักในการเสียดสีเฮฮาของเดี่ยว 13
เหตุใดพล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่แสดงท่าทีอะไรให้ชัดเจนออกมา
ถ้านายกฯ พูดออกมาให้ชัด พูดแบบผู้ใหญ่ ทำนองไม่ถือสาอะไร ก็จะเป็นเหมือนการส่งสัญญาณถึงบรรดาองครักษ์พิทักษ์ตู่และนักร้องทั้งหลาย ให้เบาลงได้แล้ว!!
สังคมก็จะไม่เกิดข้อขัดแย้งจากเรื่องรายการทอล์กโชว์ขบขัน
ไม่บานปลายกลายเป็นการลงมือลงเท้ากัน ซึ่งอาจจะยิ่งลามไปกันใหญ่ก็ได้
ท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ จะมีส่วนช่วยหยุดหรือไม่หยุดได้ ในกรณีนี้!
จะว่าไปแล้ว ความไม่ชัดเจนอะไรสักอย่างของพล.อ.ประยุทธ์ กำลังสะท้อนออกมาในหลายๆ เรื่อง
แม้แต่เรื่องใหญ่คือ จะเอาอย่างไรในการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็ไม่มีท่าที ทำเอาพรรคพลังประชารัฐ ชักป่วนกันแล้ว!!
ข้อแรก คำวินิจฉัยชของศาลรัฐธรรมนูญในคดี 8 ปี ก็ชัดเจนแล้วถึงอนาคตทางการเมืองของนายกฯ คนนี้
นั่นคือ สามารถเป็นนายกฯ ได้ถึงปี 2568
เอาเข้าจริงๆ กลายเป็นปัญหาสำหรับพรรคพลังประชารัฐอย่างมาก ถ้าหากต้องใส่ชื่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ
เพราะต้องมีวงเล็บบอกประชาชน ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้าว่า จะเสนอชื่อประยุทธ์เป็นนายกฯ ครึ่งวาระ
แล้วก็คงต้องใส่ชื่อหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตร ว่าจะเป็นนายกฯ ต่ออีกครึ่งวาระหลัง
ตอนนี้จึงเริ่มมีเสียงเรียกร้องจากส.ส.ในพลังประชารัฐแล้วว่า ขอความชัดเจนจากพล.อ.ประยุทธ์
เพราะถ้าไม่ชัดเจน แล้วนำมาซึ่งความสับสน เดี๋ยวจะเริ่มมีเลือดไหลออก
เอาเป็นว่าถึงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบแสดงความชัดเจน
ชัดเจนว่าจะร่วมเป็นแคนดิเดตนายกฯ คราวหน้าหรือไม่
ไปจนถึงความชัดเจนในท่าทีต่อเดี่ยว 13 เพื่อไม่ให้บานปลายไปกว่านี้!?!