ยังคงเป็นเรื่องที่สังคมรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริง สำหรับกรณีที่วิศวกรหนุ่มในองค์กรท้องถิ่นแห่งหนึ่งใน จ.หนองบัวลำภู ที่ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเอง ให้เป็นข่าวรับรู้ไปทั่วประเทศ
พร้อมทิ้งจดหมายเปิดเผยสาเหตุทั้งหมด ซึ่งมีมูลมาจากเรื่องทุจริตภายในองค์กรที่ทำกันจนชาชินเป็นเรื่องปกติ
เมื่อมีคนเข้าไปใหม่ ก็ถูกหล่อหลอมให้ทำตามวัฒนธรรมองค์กร แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
จนสุดท้ายแม้ตัดสินใจลาออก แต่ก็ยังมีภาระหน้าที่ต้องเซ็นรับรอง สุดท้ายก็ถึงจุดแตกหักเมื่อภารกิจที่ต้องทำกับมโนธรรมในจิตใจไม่ได้ไปด้วยกัน
ทิ้งประเด็นไว้ให้ตรวจสอบกันต่อว่าข้อกล่าวหาทั้งหลายเป็นจริงหรือไม่อย่างไร
ซึ่งในประเทศที่มีหน่วยงานปราบปราม ต่อต้านทุจริตเกิดขึ้นทุกหัวระแหงอย่างประเทศไทย ก็ไม่ควรจะใช้เวลานานนักในการตรวจสอบ
หากพบใครผิด ก็ต้องว่าไปตามผิด ใช้กฎหมายเป็นตัวควบคุม
คงไม่ต้องถึงขั้นรอกฎแห่งกรรมตามคำสาปแช่งของวิศวกรหนุ่มที่เขียนเอาไว้หรอกกระมัง!!

ฆ่าตัวดับ
วิศวะหนุ่มรมควันฆ่าตัว
เหตุการณ์นี้มีจุดเริ่มต้นเมื่อช่วงเวลา 02.30 น. ของวันที่ 26 พ.ย. โดย ตร.สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งเหตุให้ตรวจสอบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ 4 ประตูสีขาว หมายเลขทะเบียน กค-347 หนองบัวลำภู ที่จอดติดเครื่องพร้อมเปิดฝากระโปรงหน้ารถไว้ อยู่ริมถนนมะลิวัลย์ขาเข้า ใกล้บึงสีฐาน ด้านหน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) โดยคาดว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตในรถยนต์คันดังกล่าว
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถกระบะสี่ประตูสีขาวจอดอยู่ เจ้าหน้าที่ได้เคาะกระจกเรียกคนขับรถไม่มีการตอบรับ ตรวจสอบพบว่ารถไม่ได้ล็อกประตู จึงได้เปิดประตูออกมาพบว่าคนขับรถได้เสียชีวิตแล้ว พร้อมกับมีกลิ่นและควันไฟลอยออกมาจากในรถ
สภาพศพคนตาย สวมเสื้อโปโลแขนสั้นสีขาว สวมกางเกงขาสั้น ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ภายในรถพบเตาอั้งโล่ก่อไฟด้วยถ่านหุงต้มรมควัน
ขณะที่ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสารกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า รถคันดังกล่าวขับมาจอดในจุดนี้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00 น. โดยจอดติดเครื่องไว้ แต่จอดนานจนผิดสังเกต พลเมืองดีจึงเดินมาส่องดูในรถ เห็นเตาตั้งอยู่ที่เบาะหลังคนขับ ส่วนคนขับก็นั่งนิ่ง จึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบ
เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ พบในรถก็พบเตาถ่านที่ยังมีไฟอยู่ จากการตรวจสอบทราบว่าผู้เสียชีวิตชื่อ นายภาณุเมศวร์ วาสโสหา อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165 ม.4 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงแจ้งให้ญาติพี่น้องคนตายทราบเรื่องแล้ว
ทั้งนี้จากการสอบสวนญาติคนตายแล้วทราบว่า คนตายเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น ไปทำงานที่ อบต.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ได้ประมาณ 6 เดือน และเกิดความขัดแย้งในที่ทำงาน เพราะคนตายเป็นวิศวกรคุมงานสร้างถนน แต่ไม่มีพฤติกรรมไปในทางทุจริต โดยญาติระบุว่าไม่สามารถติดต่อนายภาณุเมศวร์ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. หลังเลิกงานก็ติดต่อไม่ได้ จึงติดตามสัญญาณโทรศัพท์ พบอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ จึงออกตามหา กระทั่งรับแจ้งจากตำรวจว่านายภาณุเมศวร์เสียชีวิตแล้ว
ญาติเชื่อว่าการตัดสินใจรมควันฆ่าตัวตายของนายภาณุเมศวร์ น่าจะมาจากการทำงานที่ซื่อตรง ไม่ทุจริตในหน้าที่ของตัวเอง จึงแก้ปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย
เรื่องหน้าที่การงานที่ไม่เกี่ยวกับปัญหาส่วนตัว

งานศพสลด
ปปช.-ปปท.-ปปป.ลุยสอบ
หลังจากเป็นข่าวครึกโครม นายทวีศักดิ์ จันทะศรี นายกเทศบาลตำบลนากลาง จ.หนองบัวลำภู ต้นสังกัดของวิศวกรหนุ่ม ระบุว่า ปัญหาการทุจริตในแวดวงราชการของไทยมีมานานแล้ว ตนหวังว่าจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ สำหรับตัวผู้ตายโดยปกติ เคยพบกันประมาณ 3 ครั้ง เพราะเป็นเจ้าหน้าที่บรรจุใหม่ประมาณ 6 เดือน ยังไม่คุ้นเคย
รู้สึกเสียดายในความรู้ความสามารถกว่าจะศึกษาเล่าเรียนมาจนถึงขณะนี้ มองว่าผู้ตายเป็นคนดี เปรียบไปก็เหมือนกับ สืบ นาคะเสถียร ที่ต่อสู้กับปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น หากรู้จักสนิทสนมกันก่อนหน้านี้ ก็คงได้ต่อสู้ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาต่างๆ
แต่ไม่ได้อธิบายถึงข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตเซ็นรับมอบงานต่างๆ ตามที่ถูกกล่าวหา!!

สอบสร้างถนน
ขณะที่ผู้สื่อข่าวไปสังเกตการณ์โครงการทำถนนที่ผู้ตายพูดถึงในจดหมายที่ผู้ตายเป็นผู้ควบคุมงาน คือโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กซอยเพชรสุวรรณ 6 วงเงิน 650,000 บาท ราคากลางค่าก่อสร้าง 647,112 บาท วงเงินค่าก่อสร้างตามที่ได้ลงนามในสัญญาจ้าง 413,000 บาท พบว่ามีการฉาบคอนกรีตบนผิวถนนจริง ประมาณ 5 จุด แต่มีจุดใหญ่ๆ อยู่ 2 ที่
ด้าน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดหนองบัวลำภู ปปท.ภาค 4 ก็จัดกำลังลงพื้นที่ ตรวจสอบเอกสาร จัดซื้อจัดจ้างของทางเจ้าหน้าที่พัสดุ คลัง กองช่าง หาข้อมูลในเชิงลึก ตามที่ผู้เสียชีวิตระบุไว้ในจดหมาย รวมทั้งเงินเปอร์เซ็นต์ต่างๆ
โดยนายเปรมจิต แจ่มใสดี ผอ.ป.ป.ช.หนองบัวลำภู กล่าวว่า ได้ตรวจสอบเบื้องต้น 2 โครงการคือ โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซอยเพชรสุวรรณ 6 หมู่ที่ 9 ต.นากลาง และโครงการซ่อมแซมถนน คอนกรีตเสริมเหล็ก ถนนเส้น นครชัย-นันทจันทร์
ซึ่งจากการตรวจสอบ พบเห็นมีรอยการแตกร้าว และรอยปะถนนคอนกรีตของถนนเส้นเพชรสุวรรณ 6 แต่ก็จะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในการตรวจสอบแรงอัดของปูนที่ใช้ในการก่อสร้างว่า ทำไมถนนเส้นนี้เพิ่งสร้างจึงมีรอยแตกร้าว เป็นไปตามมาตรฐานการก่อสร้างและสัญญาจ้างหรือไม่

ถนนที่มีปัญหา
นายไพรัตน์ ปัจจะวงษ์ ผอ.กลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 1 ปปท.ภาค 4 พร้อมคณะลงตรวจพื้นที่เช่นกัน ซึ่งตรวจสอบ 3 โครงการที่นายภาณุเมศวร์เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ยังไม่มีการเซ็นรับงานว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร
ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. ก็ลงตรวจสอบเช่นกัน พร้อมระบุจะประสานกับป.ป.ช.และปปท. เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว ละเอียดและครอบคลุมทุกมิติ
เป็นความเคลื่อนไหวขององค์กรตรวจสอบทุจริตในไทยที่น่าติดตาม!!!

ป.ป.ช.ลุยตรวจ
เปิดจม.สาปแช่งคนทุจริต
สำหรับจดหมายของวิศวกรหนุ่ม ที่เปิดโปงเรื่องราวทุจริต โดยฉบับแรกระบุว่า “ระบบท้องถิ่น ทต…..โครงการก่อสร้าง 1 โครงการ…. ผู้ควบคุมงาน ต้องไปรับค่าทดสอบวัสดุจากผู้รับจ้าง 1 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่า และค่าป้ายเหล็ก ช่างคุมงาน ต้องเอาของเก่า ราคา 2,500 บาท และของค่าป้ายไวนิลอีก 2,500 บาท
พอตรวจรับ ต้องไปรับค่ากรรมการตรวจรับจากผู้รับจ้าง 1 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการ มาเคลียร์ให้กับกรรมการ พร้อมกับค่าควบคุมงาน 1 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมขององค์กร กองช่าง ที่ทำกันมา
ข้าพเจ้าบรรจุ 1 มิ.ย. 2565 มาเจอระบบดังกล่าว พยายามปรับให้อยู่ได้ แต่ก็อยู่ไม่ได้ ขอยื่นลาออก ที่ ผอ. 1 ธันวาคม 2565 แต่ยังมีงานยังไม่ตรวจรับอีก 3 งาน ของ หจก…..
ล่าสุดถนนสาย… ผู้รับเหมาเทเสร็จแล้ว แต่ตอนนี้ถนนทั้งร่อนและแตก ผมไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะด้วยระบบที่สร้างกันมา เหมือนต้องผลักดันงานให้ผ่าน แต่เมื่อมีปัญหาคุณภาพ กลับกลายเป็นพูดอะไรไม่ได้ ตัดสินใจไม่ได้ ที่ต้องไปเอาเงินมาเคลียร์ให้กรรมการตรวจรับใหม่ ซึ่งผมไม่อยากทำ แต่งานมันยังค้างอยู่ในมือ เครียดมากนอนไม่หลับมาเป็นเดือนแล้วงานแต่ละงาน ผู้รับเหมาฟันราคามาต่ำๆ เพื่อให้ได้งาน แล้วก็ต้องจ่ายให้…ค่างานที่ได้”
อีกฉบับ ระบุว่า “ผมเจอการทำงานที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เพื่อนร่วมงาน ลูกจ้างที่ไซโคให้ผมต้องไปพูดเอาเงินค่าทดสอบวัสดุ และค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ มาให้มันทำ
มันเป็นลูกจ้างเก่าแก่ของเทศบาล มันพูดเข้าขากันดีมากกับ….
พอเอาเงินเขามา แล้วงานมีปัญหา วันตรวจรับ ผู้ตรวจรับโทร. ให้ผมไปเอาตังค์มาเคลียร์กรรมการ แต่ผมไม่ได้ไป เพราะผมมองดูเนื้องานไม่เรียบร้อย ถนนร่อน แตกร้าว
โครงการราคา 6 แสนกว่าบาท ฟันประมูลมาที่ 4 แสน ไหนต้องจ่ายให้… ไปดูได้เลยครับ งานเกือบจะทุกโครงการในเทศบาล
“ผมลาออกวันที่ 31 ต.ค. มีผล 1 ธ.ค. แต่ยังมีงานในมือ คือควบคุมงานค้างอยู่ 4 ตัว เส้น….มีปัญหา ถนนร่อนและแตกร้าว กรรมการมีมติให้ปาดคอนกรีตออก 50 ซ.ม. ซึ่งมันไม่ถูกต้อง แต่ ….ก็ให้จบไป เพื่อจะได้ตรวจรับ”
“23 พ.ย. ผอ….. และผอ….. ในฐานะกรรมการตรวจรับโครงการได้ออกไปตรวจอีกครั้ง ให้ความเห็นว่า วิธีการแก้ดังกล่าวเรียบร้อย แย่ขนาดนั้นคนปกติทั่วไป ไม่มีใครรับได้หรอก ยกเว้น ผอ….. ที่พยายามผลักดันให้ แค่ว่าผ่านแล้วได้เงินจากผู้รับจ้าง
ระบบท้องถิ่น ไม่รู้เป็นเฉพาะเทศบาลตำบล….หรือไม่ เป็นอะไรที่แย่มาก ช่างเหมือนเป็นเครื่องมือสำหรับทำเงินให้กับผู้บริหาร ไม่เฉพาะนักการเมือง ข้าราชการตัวใหญ่ เช่น ผอ….ก็ตัวดี คอยแต่จะหาเศษหาเลยจากโครงการ กรรมชั่วของพวกเขา เล่ายังไงก็ไม่หมด
ขอให้พวกมันทุกคน ได้รับผลของการที่มันโกง ทุจริต หาเศษหาเลยจากหน้าที่
รอดูผลสรุปว่าจะออกมาเป็นอย่างไร!!!