เอเอฟพีและบีบีซีรายงานวันที่ 22 ธ.ค. ถึงความคืบหน้าหลังจากประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อหารือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ถึงสถานการณ์กองกำลังรัสเซียรุกรานยูเครน ตั้งแต่วันพุธที่ 21 ธ.ค. โดยนายไบเดนกล่าวกับนายเซเลนสกีว่าสหรัฐจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างยูเครนตราบนานเท่านานในสมรภูมิที่ยูเครนต้องเผชิญหน้ากับรัสเซีย พร้อมยืนยันสนับสนุนงบประมาณรอบใหม่เกือบ 70,000 ล้านบาท และให้สัญญาว่าจะให้ช่วยเหลือทางการทหารแก่ยูเครนเพิ่มอีก 1.5 ล้านล้านบาท ขณะที่นายเซเลนสกีกล่าวขอบคุณรัฐบาลสหรัฐด้วยความซาบซึ้ง

หลังการหารือที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสว่าประเทศของตนยังคงยืนหยัดอยู่ได้แม้จะเผชิญกับอุปสรรค ตนคาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะมีจุดเปลี่ยนในปีหน้า พร้อมให้คำมั่นว่ายูเครนจะไม่มีวันยอมจำนนต่อการรุกรานที่ไม่ชอบธรรม และว่ายูเครนยังต้องการอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเติม ก่อนปิดท้ายสุนทรพจน์ด้วยการมอบธงรบที่ลงนามโดยทหารกล้าผู้พิทักษ์แห่งเมืองบัคมุต แคว้นโดเนตสก์ พื้นที่สมรภูมิด่านหน้า

ทั้งนี้ หลายฝ่ายมองว่าการเยือนสหรัฐของนายเซเลนสกีคล้ายกับเมื่อครั้งที่เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เยือนกรุงวอชิงตันเมื่อ 81 ปีก่อน ในเดือนธ.ค.2484 ซึ่งเป็นช่วงที่อังกฤษตกอยู่ภายใต้การโจมตีและสงคราม

นางฮิลลารี คลินตัน อดีตรมว.ต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า นายเซเลนสกีนำประเทศในวิถี ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอดีตนายกฯ เชอร์ชิล และว่าเห็นด้วยที่สหรัฐจะอยู่เคียงข้างยูเครน ขณะที่นายชัก ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา เปิดเผยว่าตนบอกกับนายเซเลนสกีว่า ที่ที่นายเซเลนสกียืนในวันนี้คือที่เดียวกับนายเชอร์ชิลในอดีต นายเซเลนสกีไม่ได้เป็นเพียงประธานาธิบดีเท่านั้น แต่ยังเป็นทูตแห่งเสรีภาพของประเทศตัวเองด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน