เป็นคดีใหญ่ตอนต้นปีที่บัดนี้มีบทสรุป ในระดับหนึ่ง

สำหรับกรณีคนร้ายอุกอาจขับรถประกบยิงใส่นายกอบต.บางสมบูรณ์ จ.นครนายก ที่กลับมาจากงานเลี้ยงพร้อมกับคณะ

โดยตัวนายกเล็ก ยังเคราะห์ดีที่ไม่ได้ เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็มีผู้สูญเสียถึง 2 ศพ กลายเป็นคำถามว่าใครกันแน่ที่เป็นคนสั่งการอย่างโหดเหี้ยมในครั้งนั้น

ซึ่งการสืบสวนสอบสวนก็ไม่น่ายาก เพราะสามารถจับกุมทีมสังหารโหดได้ ยกแก๊ง อยู่ที่ว่าจะขยายผลไปได้เมื่อใด

และในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บุกเข้าจับกุม นายประสพโชค นิ่มเรือง อดีตนายกอบต.ในข้อหาจ้างวานฆ่า โดยยืนยันมี หลักฐานชัดเจน และแรงจูงใจในการสั่งการ

แม้เจ้าตัวจะยังยืนกรานปฏิเสธไม่ได้มีส่วนรู้เห็น แถมหลังจากเกิดเหตุก็ออกสื่อชี้แจงชัดเจน

แต่เมื่อหลักฐานโยงใยไปถึงก็ต้องไปว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม

พิสูจน์ความถูกผิดกันในชั้นศาล!!

ที่เกิดเหตุ

★ จับแล้วจ้างฆ่านายกอบต.

การบุกจับผู้ต้องหาคดีจ้างวานฆ่า ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 ธ.ค. ตร.กองปราบปรามโดยการสั่งการของพล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. นำกำลัง เจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป. บุกเข้าจับกุมตัวนายประสพโชค นิ่มเรือง รองหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท อดีตนายกอบต.บางสมบูรณ์ ซึ่งล่าสุดมีตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยส.ส. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2850/2565 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 2565 ในข้อหาจ้างวานฆ่า และให้การช่วยเหลือ ผู้กระทำผิดหลบหนีการจับกุม

ทั้งนี้สามารถจับกุมตัวพร้อมอาวุธปืนพกขนาด 7.65 ม.ม. 1 กระบอก พร้อมกระสุน 6 นัด ที่ลานจอดรถโรงแรมแห่งหนึ่ง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ก่อนคุมตัวไปสอบปากคำที่บก.ป.

โดยเป็นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2565 ที่เกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายขับรถประกบยิงรถของนายญาณกร โท้ประยูร นายกอบต.บางสมบูรณ์ อ.องครักษ์ จ.นครนายก เป็นเหตุให้นายวัชระ นุชแดง คนขับรถ ตำแหน่งที่ปรึกษานายกอบต. และนายสมชาย ม่วงกาศ ตำแหน่งรองนายก อบต.บางสมบูรณ์ ที่นั่งเบาะหลังคนขับ เสียชีวิต

ส่วนนายญาณกรได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนเข้าแขน หัวไหล่ และขา รวม 4 นัด และถากเข้าที่ท้ายทอย 6-7 นัด เหตุเกิดบนถนนปากท่อ-บางปรัง หมู่ 2 ช่วงโค้งตายศ ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก

จากนั้นจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 3 ราย ประกอบด้วย นายธวัชชัย ศรีชาญ นายภูริวัฒ นิ่มเรือง หรือ อ๊อด กุมารดำ และนายนพดล หรือ ส.จ.เอี้ยง อานทอง อายุ 52 ปี อดีตสมาชิกสภา อบจ.นครนายก ส่วนนายรัฐพล ตันสุวรรณรัตน์ หรือ บิ๊ก กุมารขาว ผู้ร่วมก่อเหตุอีกรายตัดสินใจผูกคอฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผช.ผบ.ตร. แถลงถึงผลการจับกุมว่า จากการสอบสวนในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเป็นคู่แข่งทางการเมืองกับผู้บาดเจ็บมานานตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ แต่ถึงจะปฏิเสธสำหรับหลักฐานในคดีนี้มั่นใจว่าแน่นหนาพอสมควร

“ยืนยันว่ามีหลายเรื่องไม่ใช่แค่เรื่องแพเพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่พยายามรวบรวมทำอย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมา ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง และ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เป็นการจับกุมไปตามพยานหลักฐาน เมื่อพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครก็จำเป็นต้องดำเนินคดี” พล.ต.ท.สมพงษ์กล่าว

ขณะที่การสอบปากคำนั้น นายประสพโชคยืนกรานให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่หลายประเด็นยังไม่สามารถชี้แจงหรืออธิบายข้อเท็จจริงได้ โดยพุ่งเป้าประเด็นสั่งตายครั้งนี้ว่าเกิดจากความขัดแย้ง

สุดท้ายต้องสู้กันไปตามกระบวนการยุติธรรม

นาทีจับตัวประสพโชค

★ แฉปมสอบทุจริต-แพหลวง

สำหรับเหตุการณ์ระทึกครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 14 ก.พ. โดยก่อนเกิดเหตุนายญาณกรไปร่วมประชุมนายก อบต.ทั้งจังหวัด รวม 39 อบต.ที่บ้านต้นไม้-สายน้ำรีสอร์ต ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก เพื่อเลือกเฟ้นหาคณะกรรมการในการพัฒนาท้องถิ่น จากนั้นช่วงเย็น ร่วมรับประทานอาหารกันที่รีสอร์ต จนกระทั่งดึก

ซึ่งภายในงานก็มีนายประสพโชคร่วมงานเลี้ยงอยู่ด้วย

โดยสาเหตุการลงมือครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งปมเป็นความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น เนื่องจากพบว่านายญาณกร ที่เป็นนายกอบต.คนใหม่ กำลังตรวจสอบโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำ ตามรอยเสด็จรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีการก่อสร้างอาคารชั้นเดียว และแพ 2 หลังเป็นแหล่งท่องเที่ยว

แต่ปรากฏว่าแพดังกล่าวหายไป 1 หลัง เมื่อตรวจสอบพบข้อมูลถูกนำไปใช้ส่วนตัว รวมทั้งการตรวจสอบการใช้งบประมาณที่ผ่านมาในอดีต

จนอาจเป็นชนวนเหตุสั่งตาย

นายกญาณกร

โดยช่วงดังกล่าว นายประสพโชคชี้แจงทันทีว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเข้าพบตำรวจที่บก.ภ.จว.นครนายก ยืนยันไม่ได้รู้เห็นกับเหตุการณ์ดังกล่าว และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเต็มที่

ส่วนความขัดแย้งกับนายกอบต.คนปัจจุบัน นายประสพโชคบอกว่า ถ้าจะมีความขัดแย้งก็น่าจะเป็นเรื่องที่ตนเองไปร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติของนายญาณกร ในการเป็นนายกอบต. เนื่องจากว่า นายญาณกรเคยถูกศาลพิพากษาให้จำคุกในคดีความผิดเกี่ยวกับเช็คเมื่อปี 47-48 ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็คิดไม่ออกว่าจะมีความขัดแย้งอะไร

พร้อมระบุว่าตอนนี้กลายเป็นจำเลยสังคม ถูกกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานยืนยัน ทำให้ตนและครอบครัวตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากอาจกลายเป็นเป้าล้างแค้น ซึ่งต่อจากนี้จะขอให้ตำรวจคุ้มกันตัวเองด้วย

ส่วนเรื่องแพของหลวงที่หายไป และกำลังถูกสอบทุจริตนั้น จริงๆ แล้วไม่ได้หาย แต่จมอยู่ในน้ำ 1 หลัง แล้วมีอีกหลังที่ลอยไปติดสะพาน และหลังคาพัง จึงเอาไปฝากไว้ที่บ้านผู้ช่วย แล้วจะลากกลับมา แต่ก็ไม่มีคนดูแล เลยเอามาผูกไว้ ต่อมาก็มีคนขายหมูกระทะเอามาเป็นที่ขาย ทำหลังคาเต็นท์ แต่พอตนพ้นวาระแล้ว ก็มีคนสั่งให้ลากไปคืน ซึ่งตนไม่เกี่ยว เพราะไม่มีอำนาจ

คุมฝากขัง

★ ศาลไม่ให้ประกัน-นอนคุก

สำหรับความคืบหน้าของคดี หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่คุมตัว นายประสพโชคไปฝากขังที่ศาลอาญา ในความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ต้องให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม

โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ.65 เวลา 21.20 น. นายรัฐพล หรือบิ๊ก ตันสุวรรณรัตน์ ซึ่งเป็นลูกน้อง ผู้ใกล้ชิดของนายประสพโชค และนายภูริวัฒ หรือออด นิ่มเรือง ซึ่งเป็นน้องชายของผู้ต้องหาก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้าที่มีอานุภาพร้ายแรง ซึ่งนายธวัชชัย ศรีชาญ เป็นผู้จัดหามาให้ นำมาใช้ก่อเหตุ กราดยิงใส่รถยนต์ตู้ ยี่ห้อฮุนได ของนายญาณกร

ขณะรถยนต์กำลังแล่นอยู่ที่บริเวณถนนปากท่อ เตยน้อย หมู่ 2 ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก เป็นเหตุให้นายวัชระ นุชแดง คนขับ และนายสมชาย ม่วงกาศ ผู้โดยสารในรถยนต์คันดังกล่าวเสียชีวิต ส่วนนายญาณกร เจ้าของรถยนต์ที่โดยสารมาในรถด้วยได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่านายรัฐพล, นายธวัชชัย และนายนพดล หรือ ส.จ.เอี้ยง อานทอง ซึ่งเป็นอดีตนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่เกิดเหตุ กระทำการในลักษณะเป็นขบวนการ เเละแบ่งหน้าที่กันทำ โดยนายธวัชชัยมีหน้าที่ในการจัดหาอาวุธปืนสงครามอาก้า ซึ่งมีอานุภาพร้ายแรงใช้ในการก่อเหตุยิงผู้ตายกับพวก

หลังจากก่อเหตุ นายธวัชชัย, นายนพดล และนายรัฐพล ยังพากันนำรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแอททราจ สีเทา ซึ่งเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุ ไปให้ช่างรถยนต์ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซ่อมร่องรอยเฉี่ยวชนของรถ ที่เกิดจากการขับขี่เฉี่ยวชนกับรถยนต์ตู้ของผู้เสียหายขณะเกิดเหตุ โดยมีเจตนาทำลายพยานหลักฐาน โดยการว่าจ้างให้นำรถคันที่ใช้ก่อเหตุไปทำลาย จากนั้นนายรัฐพล, นายธวัชชัย และนายนพดล พากันไปซื้อรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแอททราจ สีเทา ซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับรถยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุดังกล่าวมาทดแทน โดยมีเจตนาบิดเบือน ปิดบัง ซ่อนเร้น เพื่อเบี่ยงเบนพยานหลักฐานทางคดี

สืบสวนสอบสวนขยายผลทราบว่า นายประสพโชค นิ่มเรือง ผู้ต้องหาในคดีนี้เป็นผู้ใช้จ้างวานให้นายรัฐพลกับพวกก่อเหตุในคดีนี้ หลังเกิดเหตุนายประสพโชคช่วยเหลือนายรัฐพลหลบหนี พาไปหลบซ่อนตัวให้อาศัยอยู่ที่รีสอร์ต แต่ต่อมานายรัฐพลฆ่าตัวตาย

ขณะที่ศาลไม่ให้ประกัน เนื่องจากพิจารณาแล้วเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง ผู้ต้องหายังเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ผู้กว้างขวางในพื้นที่ หากได้ประกันเกรงจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น

คุมตัวเข้าเรือนจำทันที!!

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน