ตราด – นายศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตสินค้าการเกษตรที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งของโลก ในแต่ละปีมีผลผลิตมากมาย ไม่ได้มุ่งเพื่อการบริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งออกไปยังต่างประเทศ และเมื่อผลผลิตทางการเกษตรที่ส่งออกไปยังต่างประเทศหรือประเทศปลายทางมิได้มาจากประเทศไทยเพียงอย่างเดียว การแข่งขัน การช่วงชิงตลาดระหว่างประเทศ จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงจำเป็นจะต้องอาศัยความชำนาญที่เข้มแข็งทุกภาคส่วนอย่างเป็นองค์รวม และเป็นยุทธศาสตร์ร่วมกันเพื่อเพิ่มศักยภาพของการแข่งขันการ ส่งออกผลไม้ของไทย ซึ่งทุเรียนมีมูลค่าการผลิตในแต่ละปีที่มีมูลค่ามหาศาล ในปัจจุบันนี้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นจำนวนกว่าแสนไร่ในภาคตะวันออก ด้วยเป็นพืชแห่ง ความหวังทางเศรษฐกิจเพื่ออนาคต นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรแล้ว ยังสร้างงาน สร้างเงินตราหมุนเวียนภายในประเทศ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดในภาคตะวันออกคือ ระยอง จันทบุรี ตราด
ด้านนายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า ทุเรียนมีพื้นที่การปลูกเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว แต่เกษตรกรของจังหวัดตราดยังเป็นเกษตรกรที่มีพื้นที่การปลูกไม่เกิน 30 ไร่ ทำให้อำนาจการต่อรองน้อย และการทำผลไม้ที่มีคุณภาพมักจะนิยมในเรื่องการใช้สารเคมีเป็นหลัก เพราะราคาดี ผลไม้สวย แต่ในอนาคตการผลิตผลไม้ด้วยสารเคมีจะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์ เพราะผู้บริโภคและ ผู้ค้าขายจะสนใจในเรื่องผลไม้ที่ไม่มีสารเคมี และเป็นผลไม้อินทรีย์ จังหวัดตราดได้เน้นในเรื่องการทำสวนคุณภาพคุณธรรม เพื่อให้ได้ราคาสูงกว่าผลไม้ที่ใช้สารเคมี ต้องทำ ผลไม้คุณภาพจะสามารถขายไปในต่างประเทศที่ได้ราคาสูงได้ เป็นทางเลือกและทางรอดของเกษตรกรของจังหวัดตราด
สำหรับผลไม้ในภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัดตราด ถือเป็นจังหวัดที่มีผลผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพและรสชาติดีออกจำหน่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ การมีมาตรการสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับก่อนผลผลิตจะออกจำหน่ายสู่ตลาดทั้งมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดทุเรียนอ่อนและอื่นๆ แม้จะได้ดำเนินการอย่าง ต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาจากความร่วมมือของภาคส่วนราชการ เอกชน และเกษตรกร รวมทั้งภาคส่วนอื่นๆ อย่างแข็งขัน แต่ความพยายามก็ยังไม่สัมฤทธิผล แต่ก็ต้องขอชื่นชมต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนที่ได้ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว