ยุคที่แรงงานต่างด้าวที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ กลายเป็นหนึ่งในตัวจักรสำคัญ ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไปแล้ว ย่อมตามมาด้วยคดีความต่างๆ ตั้งเบาะๆ ก็ทะเลาะวิวาท หนักสุดก็ถึงฆ่ากันตาย
เช่นเหตุการณ์สยองถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ก.พ.2566 เมื่อ พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางปู พร้อมด้วย พ.ต.ท.ตุลชัย สมใจ รอง ผกก.สส. ร.ต.อ.อำนาจ เจริญราช รอง สว.สอบสวน นำกำลังสายตรวจ ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบเหตุฆาตกรรมภายในอาคารห้องพักให้เช่าแห่งหนึ่งในซอยบางปูนคร ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

ส่งศพชันสูตร
ที่เกิดเหตุอาคาร v5 ชั้น 2 ห้อง 231 พบว่าประตูเปิดอ้าอยู่ กลางห้องพบศพ นายโบโมเฮน อายุ 23 ปี ชาวเมียนมา สภาพนอนคว่ำหน้าสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ถูกมัดมือด้วยผ้าไพล่หลัง บริเวณคอมีชุดชั้นในหญิง รัดคาอยู่ ศพมีบาดแผลที่ถูกแทงด้วยของ มีคมเข้าที่หน้าอกซ้าย 1 แผล หลังอีก 1 แผล เลือดนองพื้น ในห้องยังถูกรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย และทรัพย์สินมีค่าของผู้ตายหายไป เบื้องต้นคาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 10 ช.ม.
สอบถามนายสมศักดิ์ ชูวงษ์ อายุ 47 ปี เจ้าหน้าที่รปภ. กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองทำงานอยู่ ด้านล่าง มีคนพักอาศัยอยู่ใกล้กับห้องผู้ตายวิ่งมาบอก ว่า นายโบโมเฮนน่าจะถูกทำร้ายอยู่ในห้อง จากนั้นจึง ขึ้นไปดูพบว่าประตูเปิดแง้มอยู่ แต่ไม่พบผู้ก่อเหตุ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ
ขณะที่เพื่อนผู้ตายบอกว่านายโบโมเฮนเข้ามาอยู่ประเทศไทยหลายปีแล้ว มีอาชีพเป็นนายหน้านำแรงงานต่างด้าวทั้งเมียนมาและกัมพูชาเข้าทำงานในไทย จนมีฐานะ ชอบแต่งตัวดี สวมเครื่องประดับทั้งสร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือและแหวนทอง จนในตึกรู้จักกันดี

นายโบโมเฮน ผู้ตาย
ปกติผู้ตายจะพักอยู่กับพี่สาวและภรรยา แต่ทราบว่าช่วงเกิดเหตุทั้งคู่ไม่อยู่ นายเดวิด เพื่อนผู้ตายให้ข้อมูล อีกว่า เมื่อวานยังมีคนเห็นผู้ตายเดินอยู่ในอาคารตามปกติ จนช่วงประมาณตีสาม มีคนพบเห็นชายซึ่งน่าจะเป็น ชาวเมียนมา 3 คน วิ่งหนีลงมาจากอาคาร แต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องหรือไม่
หลังได้ข้อมูลเบื้องต้น พ.ต.อ.พิสุทธิ์สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไล่เช็กกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง และพยานแวดล้อมเบื้องต้นมุ่งประเด็นไปในเรื่องขัดแย้งเรื่องจัดหางาน ส่วนประเด็นเรื่องฆ่าชิงทรัพย์นั้นต้องรอสอบปากคำภรรยาของผู้ตายอย่างละเอียดอีกครั้ง
แค่ 2 วัน ตร.ก็ปิดคดีได้โดยจับกุม นายซวย เหน่า อายุ 24 ปี มือมีด นายซิน มัย อู อายุ 26 ปี นายลา มิน ตู อายุ 20 ปี และนายปาย ซู อายุ 20 ปี 4 ผู้ต้องหาชาวเมียนมา
ภายหลังเบาะแสจากกล้องวงจรปิดจับภาพขณะทั้งหมดเดินเข้า-ออกที่อาคารดังกล่าว ก่อนที่จะนำไปสู่การออกหมายจับ
ตำรวจตามรวบตัวนายซวย เหน่า มือมีดไว้ได้ขณะหนีไปกบดานที่ จ.ระยอง ส่วนอีก 3 คนหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ก่อนคุมตัวทั้ง 4 คนมาสอบสวนที่ สภ.บางปู

คุมตัวทำแผนฯ
นายซวย เหน่า มือมีดให้การผ่านล่าม ว่าไม่ได้ตั้งใจจะลงมือ แค่มาทวงเงิน ให้เพื่อนที่ผู้ตายเอาเงินค่านายหน้ามาจำนวน 10,500 บาท แล้วไม่ได้ทำงาน แต่ผู้ตายไม่ยอมคืนเงิน แต่ระหว่างเจรจาเกิดมีปากเสียงกัน สุดท้ายตนพลั้งมือชักมีดที่เตรียมมาแทงที่หน้าอกไป 1 ครั้งจนนายโบโมเฮนล้มลง
แรงงานโหดให้การนาทีลงมือโหดว่า ขณะนั้นนายโบโมเฮนยังไม่ตายและตะเกียกตะกายจะหลบหนี ส่งเสียงร้องให้คนช่วย จึงช่วยกันกับเพื่อนนำผ้ามามัดมือผู้ตาย นำชุดชั้นในของภรรยาผู้ตาย ที่กองอยู่ในห้องมาอุดปากไม่ให้ส่งเสียง จากนั้นตนใช้มีดแทงหลังซ้ำไปอีก 1 ครั้ง จนนายโบโมเฮนสิ้นใจ ก่อนนำมีดไปล้างในห้องน้ำ แล้วแยกย้ายกันหลบหนี ยังได้หยิบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายและเงินอีกจำนวนหนึ่งติดมือไปด้วย
หลังได้ข้อมูลครบถ้วน ตำรวจแจ้งข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่นในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธหรือร่วมกันกระทำความผิด ตั้งแต่สองคนขึ้นไป ร่วมกันพาอาวุธมีดไป ในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร” กับผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย จากนั้นจึงควบคุมตัวไปทำแผนฯ ตามคำรับสารภาพ

นาทีแทงซ้ำ
ขณะที่บรรยากาศการทำแผนมีด้วยกัน 3 จุด จุดแรกเป็นที่นายซวย เหน่า นำมีดที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งในถังขยะภายในคอนโดฯ จุดที่สองบริเวณหน้าร้านบางปูนคร สนุ้กเกอร์ ซึ่งเป็นสถานที่ทั้ง 4 คนคุยกันเพื่อวางแผน ก่อนที่จะเข้าไปทวงเงินค่านายหน้า
จากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัว นายซวย เหน่า นายลา มิน ตู และ นายปาย ซู ขึ้นไปทำแผนยังจุดที่สาม ที่ภายในห้อง 321 ซึ่งเป็นห้องพักของผู้ตาย ท่ามกลางภรรยาและครอบครัว ผู้ตายที่มายืนรอดูการทำแผนของเจ้าหน้าที่ด้วยความเสียใจ
ใช้เวลาในการทำแผนราว 45 นาที ตำรวจก็คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สมภพ สนเวส
เรื่อง/ภาพ