แม้ตำรวจจะรู้ตัวผู้ต้องสงสัยและมูลเหตุจูงใจของคดีสยองฆ่ายกครัว 5 ศพในพื้นที่ อ.วังเจ้า จ.ตาก แล้ว แต่การติดตามตัวคนร้ายที่เป็นชาวต่างด้าวนั้น ใช่จะสามารถทำได้อย่าง รวดเร็ว ด้วยทั้งหมดน่าจะหลบหนีข้ามกลับไป ประเทศของตนเสียแล้ว
ย้อนไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ. พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.ตาก พ.ต.อ.การุณ วงศ์จันทรมณี ผกก.สืบ จว.ตาก พ.ต.อ.วสันต์ ศิริกาญโกมล ผกก.สภ.วังเจ้า นำกำลังชุดสืบสวน ลงพื้นที่บ้านศรีรีรักษ์ (ปางสังกะสี) ม.11 ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จ.ตาก ตรวจสอบเหตุฆ่าสยอง จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณกองขยะในไร่ ริมห้วยนาคีรี ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 10 ก.ม.

ลงพื้นที่หาหลักฐาน
ที่เกิดเหตุพบศพชาวม้ง 5 ราย เป็นครอบครัวเดียวกัน ประกอบด้วย นายเชาว์ มั่นพัฒนาการ อายุ 46 ปี น.ส.เจี๊ยะ แสงสว่าง อายุ 34 ปี ภรรยา ด.ช.พิบูลย์ มั่นพัฒนาการ อายุ 10 ขวบ ด.ช.เอกพล มั่นพัฒนาการ อายุ 7 ขวบ และ ด.ญ.วรันยา มั่นพัฒนาการ อายุ 3 เดือน ลูกๆ ของน.ส.เจี๊ยะ สภาพศพถูกหมกอยู่ใต้ถุงขยะสีดำ สภาพขึ้นอืด คาดเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน ตามร่างกายของทั้ง 5 มีบาดแผลฉกรรจ์หลายแผล ทั้งรอยถูกยิง และถูกแทงจากของมีคม
ส่วนสาเหตุของการสังหารยกครัว 5 ศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็น ไว้กว้างๆ เกิดจากสาเหตุความขัดแย้งภายในครอบครัว เนื่องจาก น.ส.เจี๊ยะมีสามีมาแล้ว 3 คน ซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าม้ง สามีคนที่ 1 ต้องโทษ ในเรือนจำผู้ต้องหาในคดียาเสพติด สามีคนที่ 2 คือนายนพดล มีบุตรด้วยกัน 2 คน และสามีคนที่ 3 คือนายเชาว์ ผู้ตายซึ่งเป็นพี่ของนายนพดล มีลูกด้วยกัน 1 คน อายุ 3 เดือน
สําหรับแนวทางการทำคดีนั้น เดิมตำรวจตั้งไว้มี 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1.ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว 2.เรื่องเงินค่าจ้างแรงงานต่างด้าว 3.ธุรกิจมืดที่นายเชาว์ ผู้ตาย เคยต้องคดียาเสพติดและหนีหมายศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ และ 4.ชิงทรัพย์

กองขยะที่หมกศพ
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.6 นำตำรวจสืบสวนภูธรภาค 6 สนธิกำลังกับสืบสวนจังหวัดตาก ร่วมคลี่คลายคดี หาตัวผู้กระทำผิด มาลงโทษ แต่หลังจากสอบปากคำญาติใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตไปแล้ว กว่า 20 ปาก ทำให้พบผู้ต้องสงสัยที่จะเป็นฆาตกรคือลูกจ้างแรงงานต่างด้าวที่มารับจ้างทำไร่ของนายเชาว์ผู้ตาย
โดยประเด็นนี้ จากการสอบสวนพบว่าผู้ตายมีแรงงานทำงานใน ไร่ 7 คน ที่ทำงานด้วยกันมา 3 ปี ก่อนหน้านี้ได้กลับไปแล้ว 3 คน ยังเหลือ 4 คนที่ทำงานในไร่ และมีความขัดแย้ง เรื่องการจ่ายค่าแรง
ต่อมาตำรวจได้รับการประสานจาก นายอาทิตย์ แสงสว่าง ผู้ใหญ่บ้านปางสังกะสี นำตัวแรงงานต่างด้าวในไร่ของผู้ตาย 1 คน ที่ยังอยู่ในพื้นที่ พร้อมกับแรงงานอีก 3 คน เป็นชาย 2 หญิง 1 ไปให้ตำรวจ สภ.วังเจ้า สอบปากคำ
นายอาทิตย์เปิดเผยว่า แรงงานต่างด้าวรายนี้เป็น 1 ใน 3 คนงานในไร่ผู้ตาย ที่ยังอยู่ในพื้นที่ และคาดว่าอาจจะเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เบื้องต้นแรงงานคนนี้ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ จึงต้องใช้ล่ามในการสื่อสาร แต่ทั้งหมดยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ หรือรู้เห็นการสังหารโหดในครั้งนี้

ตร.สอบชาวบ้าน
ชุดสืบสวนพอคาดการณ์เหตุสั่งหารโหดครั้งนี้ว่า คนร้ายต้องการเบิกเงินค่าแรงเพื่อกลับประเทศ แต่คนตายไม่ยอมให้ จึงวางแผนลงมือก่อเหตุเพราะผู้ตายชอบพกเงินเยอะ ก่อนหนีหายไปยังขโมยรถอีแต๋นของผู้ตายขับหนีไปพร้อมลูกเมีย 3 ชีวิต ไปทางพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก แต่ขับไปได้ประมาณ 5 กิโลเมตร ก็ทิ้งเอาไว้กลางทางเนื่องจากน้ำมันหมด จากนั้นก็เดินเท้าหลบหนี คาดว่าพยายามจะข้ามแดนกลับไปประเทศเมียนมา
ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นที่รู้กันว่าเป็นเส้นทางธรรมชาติที่แรงงานต่างด้าวชอบใช้ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร โดยเมื่อไปถึงชายแดน อ.พบพระ แล้วจะสามารถข้ามลำน้ำเมยไปยังจังหวัดเมียวดีของประเทศ เมียนมาได้ทันที ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับคนร้ายที่ก่อคดีปล้นร้านทองทั้งในอำเภอพบพระและอำเภอเมืองตากในช่วงที่ผ่านมาอีกด้วย
พ.ต.อ.วสันต์ ศิริกาญโกมล ผกก.สภ.วังเจ้า กล่าวว่า ขณะนี้ชัดเจนแล้ว คดีนี้เกี่ยวกับแรงงานเมียนมา 3 คนคือ นายมุย นายโต ลูกชายนายมุย และนายเกา ลูกเขยนายมุย ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นลูกจ้างของนายเชาว์ ผู้เสียชีวิต และมีการทะเลาะกันถึงขั้นทำร้ายถึงแก่ชีวิต สาเหตุมาจากการขอค่าแรงเพื่อจะกลับบ้าน แต่มีการผัดมาตลอด จนไปสู่การทะเลาะกัน

หาเบาะแสคนร้าย
ส่วนการติดตามคนร้ายนั้น ขณะนี้มีเครือข่ายชาวไทยเผ่าม้งได้ร่วมกัน ออกติดตามคนร้ายด้วย พร้อมกันตนได้ประสานกับตำรวจ สภ.พบพระ และเจ้าหน้าที่พื้นที่ชายแดนทั้งหมด
ล่าสุดทางตำรวจ สภ.พะวอ รับแจ้งจากราษฎรบ้านแม่ละเมา ต.ด่านแม่ละเมา ว่ามีแรงงานชาวเมียนมาในลักษณะหิวโซไปขอ ข้าวกินกับชาวบ้านในหมู่บ้านแม่ละเมา จึงไปตรวจสอบ แต่ไม่พบแล้ว ซึ่งหากหลุดไปได้คนร้ายสามารถหนีออกไปตามช่องทางธรรมชาติ หรือพื้นที่จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ตรงข้าม อ.แม่สอด ได้ทันที
เป็นอีกคดีที่ต้องจับตากันต่อไป
วิทยา ปัญญาศรี – เรื่อง/ภาพ