กทม. – เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่โรงเรียนวิชูทิศ เขตดินแดง กทม. แถลงข้อค้นพบจากนักสืบฝุ่น ในประเด็นการล้างถนนและฉีดพ่นน้ำสามารถลดฝุ่นได้หรือไม่ และต้นตอฝุ่น… โดยมีนายประพาส เหลืองศิรินภา ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม นายสุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายเอกบดินทร์ วินิจกุล คณะสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และการพัฒนา (เอไอที) ในฐานะนักสืบฝุ่น เข้าร่วม

นายประพาสกล่าวว่า นักสืบฝุ่น กทม.ได้เปิดเผยต้นตอของการเกิดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) จากการเก็บข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักงานเขต ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.65 จนถึง 14 มี.ค.66 พบสถานประกอบการโรงงานมีจำนวน 1,052 แห่ง ตรวจสอบ 6,081 ครั้ง ไม่ผ่านและสั่งให้แก้ไขปรับปรุง 8 แห่ง, แพลนต์ปูน หรือโรงงานผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ 133 แห่ง ตรวจสอบ 793 ครั้ง ต้องแก้ไข 17 แห่ง, สถานที่ก่อสร้างที่ตรวจโดยสำนักงานเขตมีจำนวน 277 แห่ง สั่งให้ปรับปรุงแก้ไข 27 แห่ง ตรวจโดยสำนักการโยธา 399 แห่ง สั่งปรับปรุงแก้ไข 1 แห่ง, พื้นที่ถมดิน หรือท่าทราย มีจำนวน 9 แห่ง, ตรวจควันดำในสถานที่ต้นทาง 1,746 คัน ไม่ผ่าน 14 คัน, ตรวจจับรถยนต์ปล่อยควันดำ เรียกตรวจสอบ 60,270 คัน สั่งห้ามใช้ 1,265 คัน, ตรวจรถโดยสารทั้งประจำทาง และไม่ประจำทาง โดยกรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบ 12,975 คัน ห้ามใช้ 57 คัน และตรวจสอบรถบรรทุก 42,755 คัน ห้ามใช้ 220 คัน

“การเกิดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในกทม. มาจาก 3 ปัจจัย คือ การจราจร 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, สภาพอากาศ 30 ไมโครกรัม และการเผาชีวมวลอีก 30 ไมโครกรัม ส่วนตัวการหลักที่ก่อให้เกิดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มากที่สุดคือ การจราจรรถติด โดยแนวทางการแก้ปัญหาคือการผลักดันและส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางจะช่วยลดมลพิษ” นายประพาสกล่าว

ด้านนายเอกบดินทร์กล่าวว่า การน้ำฉีดเพื่อล้างถนนจะช่วยลดฝุ่นที่เคยตกลงมาแล้วครั้งหนึ่งไม่ให้ฟุ้งกระจายขึ้นมาอีกครั้งได้ และเมื่อฉีดน้ำแล้วต้องกวาดน้ำนั้นลงท่อระบายน้ำทันที ไม่ควรปล่อยให้พื้นถนนแห้งเอง เพราะฝุ่นอาจกลับมาเหมือนเดิม

ขณะที่นายสุรัตน์กล่าวว่า ปัจจัยหลักของการเกิดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มาจากการเผาชีวมวลในพื้นที่ต่างจังหวัด และพื้นที่ปริมณฑลแล้วควันจากการเผาลอยเข้ามาในพื้นที่เมือง ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาคือลดการเผา หรือห้ามเผาไปเลย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน