กระชั้นมาทุกขณะ สำหรับการเลือกตั้ง 2566 ที่แต่ละพรรคการเมืองพยายามหาจุดขายมานำเสนอต่อประชาชน เพื่อคะแนนนิยมในการจัดตั้งรัฐบาล
ที่เอาจริงเอาจังมากที่สุด และดูมีกระแสรุนแรง ก็คงหนีไม่พ้นพรรค เพื่อไทย แชมป์การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว แต่สุดท้ายกลายเป็นฝ่ายค้านเพราะรัฐธรรมนูญ 2560
มาครั้งนี้ก็เดินหน้าเต็มที่ โชว์วิสัยทัศน์ นโยบาย ที่เป็นจุดขาย เพราะเคยทำมาแล้วตั้งแต่ไทยรักไทย พลังประชาชน และ เพื่อไทย ว่าพูดออกมาแล้วทำได้จริง หรือแม้แต่อย่างน้อยก็พยายามทำตามที่พูดไว้
แต่ก็ดูจะยาก เพราะต้องฝ่าด่าน 250 ส.ว. ที่มีโอกาสโหวตนายกฯ ทิ้งทวนเป็นครั้งสุดท้าย และดูยังไงแล้วตัวเลือกจากเพื่อไทยก็ไม่ใช่ตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ส.ว.จะโหวตให้
เกมแลนด์สไลด์ สร้างความชอบธรรมทางการเมือง หวังจำกัดการแสดงออกของส.ว.จึงเกิดขึ้น
หวังพุ่งเป้าให้ถึง 310 เสียง แม้จะไม่เกินกึ่งหนึ่งของสภาทั้ง 2 แต่ก็คงการันตีความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง
ซึ่งบรรดานักการเมืองก็รับรู้สัญญาณ ดังกล่าว พากันหลั่งไหลเข้ามาสังกัดเพื่อไทย ราวกับช่วยตอกย้ำให้แลนด์สไลด์ที่หวังไว้เกิดขึ้นได้จริง
อย่างล่าสุดนายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 2 รัฐมนตรีจากโควตาพลังประชารัฐ ที่เคยสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ก็ยังต้องหันมาอยู่ขั้วเพื่อไทย
เปิดตัวกันอย่างยิ่งใหญ่ สวมเสื้อพรรค เหมือนไม่มีข้อขัดแย้งบาดหมางอะไรในอดีต!??
ซึ่งก็เป็นเรื่องดีในเรื่องจำนวนส.ส. ที่อาจจะได้มากขึ้น ซึ่งประโยชน์ก็อยู่กับพรรคเพื่อไทย
แต่มองอีกด้าน สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้น!!!
เพราะอย่าลืมว่า นักการเมืองที่เคยร่วมรัฐบาลที่ผ่านมา ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ เป็นเสลี่ยงหามเผด็จการ
เคยร่วมสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ตลอดเวลา 4 ปีของรัฐบาลประยุทธ์ ก็เกิดปัญหาการคุกคามประชาชนผู้เห็นต่าง การจับกุมคุมขังประชาชน เยาวชน ตลอดจนดำเนินคดี ติดคุกติดตะรางกันไปก็มาก ชีวิตผุพัง อนาคตพินาศไปก็เยอะ คนเหล่านี้ได้ใช้กลไก อำนาจที่มี ช่วยเหลือประชาชนเหล่านี้บ้างหรือไม่
มองมุมนี้ ก็เป็นประเด็นที่พรรค เพื่อไทยต้องระวัง
เปิดรับหมดทุกกลุ่มทุกก๊วนที่รับประกันผลการเลือกตั้งได้
แต่จะถูกมองว่าไม่เน้นอุดมการณ์อะไรเลย!!!
รุก กลางกระดาน