เป็นอีก 1 เหตุการณ์ที่มีผลต่อประวัติศาสตร์การเมืองไทย สำหรับการชุมนุมของกลุ่มกปปส. เมื่อปี 2556-2557 ที่เริ่มต้นด้วยการคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต่อด้วยการขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

แม้ว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะตัดสินใจยุบสภา แต่การชุมนุมก็ยังต่อเนื่องยืดเยื้อ จนกระทั่งเกิดการรัฐประหารโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น

นำพาประเทศมาถึงจุดนี้

ซึ่งเหตุการณ์สำคัญอย่างหนึ่งก็คือความพยายามล้มการเลือกตั้ง 2557 ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง

โดยล่าสุดศาลอาญาก็มีคำพิพากษา 1 ในคดีล้มเลือกตั้ง สั่งจำคุก 13 กปปส. ในความผิดร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

จากเหตุการณ์ชุมนุมเพื่อขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้งแบบ บัญชีรายชื่อ ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง จนเกิดความรุนแรง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ควรจะบันทึกไว้ เพื่อให้ได้เรียนรู้ว่าในอดีตเกิดอะไรที่นำพาประเทศมาถึงจุดนี้

ยิ่งใกล้สู่การเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 ยิ่งควรทบทวน และตัดสินใจในอนาคต

คสช.รัฐประหาร

จำคุกกปปส.ขวางเลือกตั้ง
วันที่ 28 มี.ค. ที่ห้องพิจารณา 804 ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีม็อบกปปส. ขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เมื่อปี 2556 โดยพนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชานนท์ ขันทอง กับพวกรวม 13 คน ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

โดยคดีนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2565 โดยคำฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2556 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันมีและใช้อาวุธ โดยข่มขู่ ประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ ใช้รถยนต์ติดเครื่องขยายเสียง ขว้างปา ยิงลูกแก้ว หัวนอต ไม้หน้าสาม ก้อนซีเมนต์ตัวหนอน เข้าใส่ เจ้าพนักงาน

ถอยรถขนขยะ ชนประตูเพื่อเปิดทาง แล้วปิดล้อมประตูทางเข้าที่ 1 และ 2 ของศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ก่อนบุกเข้าไปในภายอาคารกีฬาเวสน์ 2 ปิดล้อมอาคาร ขัดขวางมิให้เจ้าหน้าที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่ รับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อระหว่างวันที่ 23-27 ธ.ค.56 เวลา 08.30-16.30 น. อันเป็นการกระทำผิดตามกฎหมาย เหตุเกิดที่แขวง-เขตดินแดง กทม.

ล้อมสน.ดินแดง

ปะทะเดือด

ศาลพิเคราะห์เเล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้ง 13 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคสอง, 216, 365(1) (2) ประกอบมาตรา 362, 364 พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 มาตรา 43 วรรคสอง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

การกระทำของจำเลยทั้ง 13 เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกัน บุกรุกอสังหาริมทรัพย์และเคหสถาน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

ให้จำคุกคนละ 2 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน

จำเลยที่ 1-9 และที่ 11-13 ให้การ ชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่

จำเลยที่ 10 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม

คงจำคุก จำเลยที่ 1 ที่ 3-9 และที่ 11-13 คนละ 18 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 24 เดือน จำคุกจำเลยที่ 10 มีกำหนด 16 เดือน

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มก่อเหตุรุนแรงโดยใช้หนังสติ๊กยิงหัวนอต ลูกแก้ว ลูกเหล็ก และขว้างปาก้อนอิฐ ก้อนซีเมนต์ตัวหนอน ประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง เป็นต้น ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่รักษาความสงบเรียบร้อยในที่เกิดเหตุ จำเลยทั้ง 13 ก็ควรเลิกชุมนุมตามที่เจ้าพนักงานตำรวจแจ้งให้เลิก แต่จำเลยทั้ง 13 กลับไม่เลิกชุมนุมแล้วยังบุกรุกเข้ามาในที่เกิดเหตุอีก

พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่สมควรรอการลงโทษ

ต่อมาศาลให้ประกันตัวโดยยื่นหลักทรัพย์คนละ 1 แสนบาท

รอลุ้นต่อในชั้นอุทธรณ์

งานศพ ด.ต.ณรงค์

สรุปเหตุสลดตาย 2-เจ็บ 153
สำหรับเหตุการณ์วันที่ 26 ธ.ค. 2556 จบลงด้วยความสูญเสีย มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว 2 ราย บาดเจ็บ 153 คน โดยผู้เสียชีวิต ได้แก่ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่งานจราจร สน.ตลาดพลู ถูกกระสุนปืนยิงเข้าบริเวณหน้าอกด้านขวา 1 นัด กระสุนทะลุตัดเข้าเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดง ภายในช่องอกจนเสียชีวิต

ลักษณะกระสุนนั้น ถูกยิงจากบนลงล่าง ซ้ายไปขวาและหน้าไปหลัง

ต่อมาวันที่ 15 ก.พ. 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายเอกชัย ชาวจ.เชียงราย ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในคดีใช้อาวุธปืนยิงด.ต.ณรงค์ ขณะปฏิบัติหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชน ในความผิดข้อหาฆ่า และพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนใว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว

ทั้งนี้ สามารถจับกุมดำเนินคดีได้เนื่องจากนายเอกชัย ถูกตำรวจสน.มักกะสัน จับกุมในคดีครอบครองอาวุธปืน และเมื่อส่งอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวให้กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ตรวจสอบพบว่าตรงกับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุยิงด.ต.ณรงค์ ทั้งนี้ มีรายงานว่านายเอกชัยให้การว่าช่วงเวลาดังกล่าวได้ร่วมชุมนุมกับกปปส. โดยทำหน้าที่เป็นการ์ดให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม

ขณะที่ผู้เสียชีวิตอีกราย คือนายวสุ สุฉันทบุตร ผู้ชุมนุมกลุ่มคปท. ถูกยิงขณะเดินเท้าไปยังตึกกระทรวงแรงงาน หน้าทางเดินสำนักงานประกันสังคม

โดยแพทย์ชันสูตรระบุว่า นายวสุมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืน ลักษณะฉีกขาดขนาด 1 ซ.ม. ขอบไม่เรียบ เข้าได้กับหัวกระสุนปืนที่เป็นทางเข้า และมีบาดแผลลักษณะฉีกขาดที่กระสุนออกอีก 1 รู ซึ่งกระสุนทะลุบริเวณใต้ท้องชายโครงด้านหน้าฝั่งซ้ายทะลุออกหลังฝั่งขวา แต่ไม่พบเขม่าดินปืน ผลของกระสุนทำลายช่วงบริเวณช่องท้องอันเป็นสาเหตุให้เสียชีวิต

ทั้งนี้ ศาลอาญามีคำสั่งในการไต่สวนการตายว่าถูกกระสุนปืนจากคนร้าย โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ

เป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้น

ต่อมาการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้จัดการเลือกตั้งพร้อมกันในวันเดียว จากการขัดขวางการเลือกตั้งในบางพื้นที่

นำมาซึ่งความโกลาหลทางการเมือง และการรัฐประหารยึดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์

เป็นที่มาซึ่งมีผลถึงปัจจุบัน!!!

ย้อนไทม์ไลน์นาทีม็อบบุก
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการชุมนุมของกลุ่มกปปส. หรือที่มีชื่อว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำ โดยมีจุดเริ่มต้นด้วยการคัดค้านการออกพ.ร.ก.นิรโทษกรรมสุดซอย

ต่อมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกฯ ในขณะนั้นประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2556 พร้อมประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 ก.พ. 2557

โดยกกต.ได้กำหนดให้วันที่ 23-27 ธ.ค. 2556 เป็นวันรับสมัคร

ขณะที่กลุ่มกปปส. ยังคงปักหลักการชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน ยกระดับข้อเรียกร้องเป็นการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ประกาศตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เรียกข้าราชการ ผบ.เหล่าทัพ เข้ารายงานตัว พร้อมมีการชุมนุมหลายจุดทั้งในกทม. และต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคใต้

ช่วงค่ำวันที่ 22 ธ.ค. 2556 นายสุเทพประกาศบนเวทีปราศรัย ให้ผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันที่หน้าสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ถนนมิตรไมตรี ที่เป็นสถานที่รับสมัครส.ส.แบบระบบบัญชีรายชื่อ คัดค้านไม่ให้เกิดการรับสมัครส.ส.ได้ จนมวลชนเดินทางมาชุมนุมตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันที่ 22 ธ.ค. 2556

โดยมีแกนนำที่เดินทางไปร่วมปราศรัย อาทิ นายอิสสระ สมชัย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายชุมพล จุลใส

ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 23 ธ.ค.2556 กลุ่มผู้ชุมนุมกปปส. ปักหลักหน้าสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ขัดขวางไม่ให้ตัวแทนพรรคการเมืองเข้าสมัคร แต่ก็ยังมีพรรคการเมืองบางพรรคเล็ดลอดเข้าไปได้ โดยกกต.แนะนำให้บรรดาผู้สมัครที่ไม่สามารถเข้ารายงานตัวได้ก่อนเวลา 08.30 น. ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สน.ดินแดง กองบังคับการกองปราบปราม และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเป็นหลักฐาน

ด้านมวลชนส่วนหนึ่งก็เคลื่อนไปปิดล้อมที่สน.ดินแดงด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2556 กลุ่มกปปส. ประกาศยุติการชุมนุม และเดินทางกลับที่ตั้ง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ในขณะนั้น เผยว่าได้นัด 34 พรรคที่มีความประสงค์จะลงรับเลือกตั้ง จับหมายเลขผู้สมัครในวันที่ 26 ธ.ค. 2556 ในเวลา 09.00 น. โดยไม่ได้เปลี่ยนสถานที่

แต่แล้วในช่วงเช้าวันที่ 26 ธ.ค. กลุ่มกปปส.ก็ย้อนกลับมาชุมนุม และพยายามบุกเข้าไปในอาคารกีฬาเวสน์ เพื่อขัดขวางการจับหมายเลข

กลายเป็นการปะทะเดือดที่มีความรุนแรงขึ้น!!!

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน