ในเวทีดีเบต “สงคราม 9 ทัพ” โดยมติชน-เดลินิวส์ ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ท่ามกลางความสนใจของประชาชนคนดูจำนวนมาก ทั้งเข้าดูเต็มหน้าเวที ดูผ่านไลฟ์สดในออนไลน์ และจากคลิปที่สามารถดูย้อนหลังได้
ที่น่าสนใจจากประเด็นที่เหล่าแคนดิเดตนายกฯ แกนนำพรรค และตัวตึงจากพรรคต่างๆ ที่มาขึ้นเวที
แทบจะพูดตรงกันทั้งหมดประการหนึ่งคือ การเมืองในสมัยหน้าหลังการเลือกตั้ง จะต้องมุ่งไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญครั้งใหญ่!
ต้องรื้อรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ซึ่งร่างในยุคคณะรัฐประหาร คสช. โดยเฉพาะกฎกติกาที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มอำนาจคสช. ทั้งส.ว. ทั้งองค์กรอิสระต่างๆ
อาจจะมีรายละเอียดต่างกันไปตามความเข้มข้นจริงจังของแต่ละพรรค
มีทั้งแก้บ้างบางประเด็น มีทั้งแก้แบบรื้อใหญ่ โดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนจริงๆ!!
ดูเหมือนพรรคการเมืองส่วนใหญ่ล้วนต้องแสดงท่าทีว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะรู้ดีว่ากระแสความต้องการประชาธิปไตย เสรีกำลังมาแรง
ท่าทีของชาวบ้านส่วนใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องการเปลี่ยนแปลงการเมืองจริงๆ
ปฏิเสธอำนาจที่สืบทอดมาจากคณะรัฐประหาร คสช. ส่งผลให้กระแสพรรคฝ่ายลุงๆ แผ่วไปอย่างชัดเจน
นั่นจึงทำให้ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ ในการเมืองหลังเลือกตั้งจึงกลายเป็นเรื่องที่มาแรง
ยิ่งมีแนวโน้มว่า พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยน่าจะได้จัดตั้งรัฐบาลแน่ๆ ทำให้เป้าหมายการแก้รัฐธรรมนูญ ยิ่งเป็นจริงเป็นจัง!!
อีกประเด็นที่กระหึ่มบนเวทีดีเบตมติชน-เดลินิวส์ คือ การหยุดยั้ง รัฐประหารให้หลุดพ้นไปจากการเมืองไทย
นี่ก็อีกเช่นกัน แทบทุกพรรคการเมืองพูดตรงกันอีก
คือต้องหยุดยั้งอำนาจกองทัพ ไม่ให้ก่อรัฐประหารได้อีก!
ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อลบล้างผลพวงอำนาจของ คณะรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ลบล้างการนิรโทษกรรม คณะรัฐประหาร
ไปจนถึงการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการยึดอำนาจของกองทัพ
นับเป็นประเด็นที่ยิ่งพูดยิ่งน่าสนใจ ทำอย่างไรให้การเมืองไทยปลอดพ้นทหาร
โดยมีตัวอย่างให้เห็นในหลายประเทศแล้วว่า เดิมเคยมีระดับการพัฒนาเท่าๆ กับไทยเรา แต่เมื่อเขาสามารถจัดการให้กองทัพหลุดไปจากวงจรการเมืองสำเร็จ
ประเทศนั้นพัฒนาก้าวหน้าไปมากกว่าไทยเรามากโข ดังเช่น เกาหลีใต้
หลังการเลือกตั้ง น่าจะต้องผลักดันประเด็นหยุดการรัฐประหารให้สำเร็จ เพื่อไม่ให้บ้านเมืองวนอยู่ในอ่าง ไม่ก้าวหน้า ไปไหน
หรือเริ่มจากการเลือกตั้งหนนี้ ช่วยกันเลือกเพื่อให้ผู้ก่อรัฐประหารหลุดไปจากวงจรการเมืองเสียที!!