หลายปีมานี้เกษตรกรหน้าใหม่หน้าเก่าในบ้านเราจำนวนไม่น้อยหันมาปลูกผลไม้ยอดฮิตอย่าง ‘เมล่อน’ ส่วนหนึ่งเพราะราคาดี สามารถปลูกในระบบโรงเรือนที่ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยได้ และมีตลาดรองรับ ‘คุณโกเมศ เพชรโกมล’ กำนัน ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ในฐานะประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จ.สระแก้ว ประธานศูนย์ส่งเสริมการเกษตรครบวงจรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และประธานกลุ่มแปลงใหญ่เมล่อนปลอดสาร ต.ทัพราช อ.ตาพระยา ก็เป็นอีกกลุ่มที่ปลูกเมล่อนจนประสบความสำเร็จ และเป็นแหล่งศึกษาดูงานของผู้สนใจทั่วไป ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นการปลูก การเก็บเกี่ยวและการตลาด

คุณโกเมศเล่าว่า ศูนย์ทำแบบครบวงจร และเน้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ที่ได้รับพันธุ์พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และปลูกเมล่อน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทางเกษตรจ.สระแก้ว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เน้นการรวมกลุ่มกัน แต่ละกลุ่มจะมีผู้รับผิดชอบ มีประธานกลุ่ม อาทิ กลุ่มกล้วยตาก กลุ่มข้าว และกลุ่มปลาส้ม

ศูนย์นี้มีเครือข่ายจำนวนมาก แต่ในส่วนกลุ่มแปลงใหญ่เมล่อนปลอดสาร อ.ตาพระยา มีอยู่ 30 ราย ปลูกแบบปลอดสาร ใช้ปุ๋ยอินทรีย์อย่างเดียวเป็นออร์แกนิก โดยปลูกในโรงเรือน อย่างของตนปลูกอยู่ 10 กว่าโรง และเครือข่ายอีก 20 กว่าโรง ปลูกระบบโรงปิด กว้าง 8 เมตร ยาว 24 เมตร เริ่มทำเมื่อปี 2559 เนื่องจากพื้นที่ของ อ.ตาพระยาเป็นพื้นที่ แห้งแล้ง ดินเป็นดินทรายปนร่วน มีปัญหาเรื่องความแห้งแล้งและน้ำหลาก หน่วยงานต่างๆ จึงมาสนับสนุนให้รวมกลุ่มกันปลูก เมล่อน โดยปลูก 2 สายพันธุ์คือ ไข่มังกร (สีเขียวลาย) และจันทร์ฉาย (สีทอง)

“สาเหตุที่มาปลูกเมล่อนเพราะเป็นผลไม้ที่เหมาะกับความแห้งแล้ง ในหน้าร้อนโตเร็ว ใหญ่เร็ว แต่ถ้าเจอฝนจะไม่ค่อยโต ถ้ามีเรื่องฝนเรื่องความหนาวต้องไม่ปลูก ใช้วิธีปลูกพืชอื่นแทน เช่น ผักสวนครัว”

ช่วงแรกมีโรงเรือนเมล่อน 5 โรง สามารถผลิตให้คนในชุมชนกินเมล่อนได้ในราคาถูก ราคาหน้าสวนอยู่ที่กิโลกรัม (ก.ก.) ละ 70-80 บาท ไม่เกิน 100 บาท แต่ถ้าไปขายในห้างตกก.ก.ละ 180-200 บาท

คุณโกเมศแจกแจงวิธีการปลูกเมล่อนว่า อันดับแรกเพาะเมล็ดประมาณ 9 วัน พอเพาะเมล็ดเสร็จอีก 11-12 วัน ให้เตรียมพื้นที่ปลูก โดยปลูกในดินยกร่องเหมือนการปลูกผัก แต่ยกร่องให้สูงนิดหนึ่ง ประมาณ 20-25 วันจะผสมเกสรและคัดลูก โดยมีเทคนิค 1.ใน 1 ต้น 1 เครือต้องมีแค่หนึ่งลูก หนึ่งผล เพื่อจะให้เติบโตเร็วขึ้น ที่สำคัญเวลาตรงนี้ 30-40 วัน ต้องดูแลเรื่องการเด็ดแขนง การดูแลลำต้น การดูแลเรื่องโรคต่างๆ ที่เข้ามา โดยใช้เทคนิคในพื้นที่อันเป็นความคิดของปราชญ์ชุมชน เช่น ถ้ามีโรคแมลงใช้ข่า ตะไคร้ ใบสะเดา โรคเชื้อราใช้เหล้าขาวผสมกาแฟฉีดเข้าไปในลำต้น หรือให้ในเวนจูรี่ (ที่ให้ปุ๋ยน้ำ) เพื่อให้ลงไปในโคนต้น ป้องกันโรคแมลงต่างๆ

พอใกล้ก่อนเก็บประมาณวันที่ 50 ของการปลูก ใช้เฮลซ์บลูบอยสีอะไรก็ได้ โดยใช้ช่วงก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 14-20 วัน ใส่กับน้ำและให้เวนจูรี่ดูดเข้าไปโคนต้นเพื่อให้ความหวาน

“เกิดสิ่งอัศจรรย์และสิ่งเหลือเชื่อ พูดได้เลยว่าความหวานอยู่ที่ 16-18 บริกซ์ เคยทำได้ถึง 20 บริกซ์ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีของชุมชนในการใช้คำแนะนำของปราชญ์ชุมชนในการพัฒนาโรงเรือนเมล่อน และผลผลิต ส่วนฮอร์โมนนมสด ใช้ตั้งแต่ตอนลงปลูก เพื่อใส่ในถังในให้เวนจูรี่ดูดไปเพื่อหล่อเลี้ยงราก ลำต้น ประมาณ 25-30 วัน ฮอร์โมนนมไม่ได้ซื้อตามท้องตลาด ใช้นมจากลูกหลานที่เหลือ กินไม่หมด นำมาทำฮอร์โมนที่ปลอดสาร ไม่มีเคมีเข้ามาใน โรงเรือนเลย เมล่อนลูกหนึ่งได้น้ำหนักค่อนข้างดีไม่ต่ำกว่า 2-3 ก.ก.”

สำหรับการลงทุนต่อรอบ เมล็ดพันธุ์อยู่ที่เมล็ดละ 3-4 บาท 1 โรงเรือนใช้ประมาณ 300-400 เมล็ด ต้องทำเผื่อไว้ เพาะเมล็ดไว้ไม่ต่ำกว่า 500 เมล็ด การลงทุนโรงเรือนหนึ่งประมาณ 5,000-7,000 บาท ผลผลิตที่ได้ต่อลูก 80-100 บาท รวมแล้ว โรงเรือนหนึ่งมีรายได้ประมาณ 25,000-35,000 บาทต่อรอบ ซึ่งกลุ่มทำกันมา 5 ปีแล้ว ถือว่าอยู่ได้

ขนาดของโรงเรือน 8 x 24 ม. ประมาณ 120,000 บาทต่อหลัง ระยะเวลาคืนทุนไม่เกิน 1 ปีครึ่งหรือไม่เกิน 6 รอบของการปลูก ปีหนึ่งปลูกได้ 4 รอบ แต่รอบที่ 4 จะเจอเรื่องหน้าฝนจึงต้องพักไปปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อเปลี่ยนถ่ายกับกระบวนการทำเมล่อน อันนี้เป็นเทคนิคอีกอย่างหนึ่ง

ทั้งนี้ หน้าฝนผลผลิตเมล่อนจะน้อย แต่หน้าร้อนให้ผลผลิตที่ดีมาก แต่แล้งมากไม่ได้ ใช้ระบบน้ำเวนจูรี่ในการดูดน้ำเข้าไป คือการดูดน้ำในถังที่เตรียมไว้เพื่อไปหล่อเลี้ยงโคนต้น โดยใช้น้ำมาจากอ่างเก็บน้ำลำพระโทน ด้วยงบประมาณของ กอ.รมน.และ วช. ที่ไปช่วยวิจัยให้ ไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีเลย รับรองกินแล้วปลอดภัย

พูดถึงเรื่องการตลาด คุณโกเมศบอกว่ารสชาติเมล่อนที่นี่มีจุดเด่น เพราะเป็นดินทะเลทราย ทำให้เมล่อนหวานกรอบ หอม สัมผัสได้ที่ปลายลิ้น ที่ผ่านมาแค่โพสต์ในกลุ่มไลน์ก็ขายไม่ทันแล้ว โทร.มาจองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวิ่งเต้นตำแหน่งจะขายดีขายเร็วที่สุด ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชน กลุ่มตำรวจ-ทหาร และข้าราชการ หรือหน่วยงานราชการที่มาเยี่ยมเยียนพื้นที่ เพื่อเป็นของฝาก สนใจติดต่อได้ที่โทร. 08-7832-2975

นับเป็นเกษตรกรอีกกลุ่มที่เลือกสรรผลไม้ที่คุ้มค่ากับการลงทุนและมีตลาดแน่นอน ทั้งยังบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้ได้ผลตอบแทนเป็นที่พอใจ

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน