สศก.เผยส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปอาเซียนไตรมาสแรก ไทยได้เปรียบดุลการค้า 53,387 ล้านบาท มูลค่าส่งออกรวมกว่าแสนล้านบาท คาดราคาปาล์มครึ่งปีหลังร่วง

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรและยางพาราธรรมชาติของไทยกับอาเซียน 9 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม ในช่วง 3 เดือนแรก (ม.ค.-มี.ค.) ปี 2566 พบ ไทยมีมูลค่าการค้ารวม 148,736 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.18% ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 โดยมีมูลค่าส่งออก 101,062 ล้านบาท สำหรับการนำเข้ามีการขยายตัวลดลง โดยมีมูลค่าการนำเข้า 47,674 ล้านบาท ลดลงจากปี 2565 อัตรา 2.81%

ภาพรวม 3 เดือนแรกของปี 2566 ไทยได้เปรียบดุลการค้าในตลาดอาเซียน เพิ่มขึ้น 19.53% คิดเป็นมูลค่า 53,387 ล้านบาท ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ อินโดนีเซีย มีมูลค่าการส่งออก 26,290 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 26.01% รองลงมา คือ มาเลเซีย มีมูลค่าส่งออก 18,001 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 17.81% และอันดับที่สาม คือ กัมพูชา มีมูลค่าส่งออก 13,331 คิดเป็นสัดส่วน 13.17%

สำหรับสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำตาล เช่น น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายบริสุทธิ์ เครื่องดื่มชูกำลัง ข้าว เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น นมยูเอชที นมถั่วเหลือง อาหารปรุงแต่ง น้ำยางธรรมชาติ อาหารสุนัขหรือแมว ซอสและของปรุงแต่งสำหรับทำซอสปรุงรส

ทั้งนี้สถิติการค้าสินค้าเกษตรไทยยังคงเติบโตได้ดี และสินค้าเกษตรไทยก็ยังเป็นที่ต้องการในตลาดอาเซียนและยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประกอบกับเกษตรกรไทยมีการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพมาตรฐานตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ รวมถึงการดำเนินนโยบายและมาตรการของภาครัฐในด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต โดยเน้นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดตามนโยบายการตลาดนำการผลิต

รวมทั้งขยายช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้เกษตรกรสามารถทำการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง และมีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเกษตรมากขึ้น ผลักดันการค้าให้เติบโตต่อไป

ล่าสุดจากการคาดการณ์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ณ เดือนพ.ค. พบว่า ผลผลิตพืชน้ำมันโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงทำให้ราคาพืชน้ำมันรวมถึงราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวลดลงต่อเนื่อง คาดว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก จะอยู่ระหว่าง 26.00-28.00 บาท/ก.ก. ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบ ในประเทศเฉลี่ย 30 บาท/ก.ก.

อย่างไรก็ตามระดับราคาดังกล่าวไทยไม่สามารถส่งออกได้ เนื่องจากราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศสูงกว่าราคาในตลาดโลก จึงส่งผลทำให้สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 0.350-0.400 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าระดับสต๊อกปกติ และจะมีผลกระทบต่อราคาที่เกษตรกรได้รับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน