บุญช่วยให้หายป่วย!
ฝึกจิต
บุญกุศลอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนต้องทำทุกเดือนไม่เคยขาด คือ การร่วมบุญรักษาพยาบาลพระสงฆ์อาพาธ (ป่วย) ที่โรงพยาบาลสงฆ์ และตึกสงฆ์อาพาธโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งโดยมากมักร่วมบุญทั้ง 2 แห่งนี้รวมกันประมาณ 45,000-50,000 บาทต่อเดือน เพราะมีผู้ร่วมบุญมาด้วยกันทุกเดือน
โดยบุญนี้ ผู้เขียนทำต่อเนื่องมาแล้วประมาณ 15 ปี อีกทั้งแต่ละเดือนยังจองเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพลให้แก่พระสงฆ์อาพาธในโรงพยาบาลสงฆ์อีกด้วย
เพราะเห็นประโยชน์ในการต่อชีวิตให้กับพระสงฆ์อาพาธ อันเป็นการต่อลมหายใจให้กับพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังถือเป็นการสนองคุณให้กับองค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า ที่ทรงมีน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นไปด้วยพระมหากรุณาคุณต่อหมู่สงฆ์ ปรารถนาสงเคราะห์ภิกษุของพระองค์ ด้วยการตรัสรับรองไว้ว่า
“ผู้ใดปรารถนาจะอุปัฏฐากเราตถาคต ผู้นั้นพึงอุปัฏฐากภิกษุผู้ป่วยไข้เถิด”
เนื่องจากในสมัยพุทธกาล มีภิกษุผู้อาพาธด้วยอาการท้องร่วงรุนแรง จนนอนจมกองปัสสาวะอุจจาระของตนเองอยู่ ไม่มีใครมาดูแลท่านเนื่องจากท่านไม่ได้เอื้อเฟื้อกับใครมาก่อน พอพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงเสด็จไปเยี่ยมด้วยตนเอง แล้วรับสั่งให้ท่านพระอานนท์ไปตักน้ำมาถวาย จากนั้นพระองค์ทรงรดน้ำอาบให้ แล้วพระพุทธองค์ทรงยกศีรษะ พระอานนท์ยกเท้าของพระผู้อาพาธนั้นวางนอนบนเตียง และในวันนั้นพระพุทธเจ้าจึงรับสั่งท่านพระอานนท์ให้เรียกประชุมสงฆ์ ตรัสปรารภข้อที่ไม่มีใครพยาบาลภิกษุผู้อาพาธรูปนั้นเป็นต้นเหตุ แล้วทรงเทศนาว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดจะพึงอุปัฏฐากเรา ผู้นั้นพึงพยาบาลภิกษุอาพาธเถิด”
โดยเนื้อความที่พระองค์ตรัส ย่อมแสดงชัดว่า การอุปัฏฐากภิกษุอาพาธ ย่อมมีอานิสงส์มาก มีผลมาก ดุจดังได้อุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง!
จึงถือเป็นโอกาสดีของคนในยุคปัจจุบันที่มาไม่ทันองค์พระศาสดายังดำรงพระชนม์ชีพอยู่ ก็อาศัยการอุปัฏฐากดูแล พระสงฆ์อาพาธแทน ย่อมมีอานิสงส์มากไม่แตกต่างกัน ซึ่งนี่ยังไม่นับรวมกับอานิสงส์ที่ช่วยดูแลให้พระสงฆ์หายป่วยไข้ ที่ย่อมส่งผลโดยตรงให้ผู้ร่วมบุญมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย
โดยอานิสงส์ส่วนนี้ได้เกิดขึ้นกับตัวผู้เขียนโดยตรงชนิดทันตาเห็น คือ สมัยเด็กผู้เขียนเป็นโรคภูมิแพ้รุนแรง จนต้องรับประทานยาควบคุมไว้ทุกวัน พออายุ 15 ปี หมอวินิจฉัยว่าต้องเป็นภูมิแพ้ไปตลอดชีวิต แต่พอบวชได้ไม่นาน จึงเริ่มทำบุญอุปัฏฐากพระสงฆ์ที่โรงพยาบาลสงฆ์ โดยไม่ได้คิดว่าทำแล้วจะได้อานิสงส์อย่างไร เพียงทำเพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อพระสงฆ์และพระศาสนาจริงๆ เท่านั้น
อีกทั้งยังได้เห็นแบบอย่างจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงร่วมบุญแบบเงียบๆ ในทุกเดือนกับโรงพยาบาลสงฆ์อย่างต่อเนื่องตลอดพระชนม์ชีพ
ปรากฏว่าทำบุญกับโรงพยาบาลสงฆ์ต่อเนื่องมาสัก 3 ปี อาการภูมิแพ้ที่เคยเป็นตลอดชีวิตก็หายไป ทำต่อเนื่องมา 7 ปี ร่างกายกลับมาแข็งแรงจนมาถึงปัจจุบัน แม้แต่ไข้หวัดก็แทบจะไม่เป็น 1-2 ปี อาจจะป่วยสักครั้งในระยะเวลาสั้นๆ และอาการปวดหัวก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาหลายปีจนจำไม่ได้ว่าอาการปวดนั้นเป็นอย่างไร!
แต่ทั้งนี้ก็เชื่อว่า โรคภัยไข้เจ็บที่ดีขึ้น พร้อมด้วยสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น นอกเหนือจากการทำบุญอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธแล้ว ยังอาศัยการรักษาศีลข้อที่ 1 คือ ไม่ฆ่าสัตว์ไม่เบียดเบียนชีวิต แม้ ยุง มด แมลง ก็ไม่ฆ่า เป็นพื้นฐานสำคัญอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ จึงขอชวนชาวพุทธผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้ร่วมกันอุปัฏฐากดูแลพระสงฆ์อาพาธใน โรงพยาบาลสงฆ์ หรือตึกสงฆ์อาพาธตามจังหวัดต่างๆ เพื่อช่วยกันค้ำจุนพระพุทธศาสนา ช่วยต่อลมหายใจให้กับพระสงฆ์ โดยทำต่อเนื่อง เดือนละเล็กน้อยจนเป็นนิสัย
ซึ่งวิธีการก็แสนง่ายดาย เพราะโรงพยาบาลสงฆ์ หรือ ตึกสงฆ์อาพาธทุกแห่ง มีบัญชีธนาคาร สามารถโอนร่วมบุญได้อย่างสะดวก ขนาดว่าผู้เขียนไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยเป็นหลัก ยังสามารถทำบุญได้ทุกเดือน!
และข้อสำคัญของบุญกุศล คือ การทำบุญต้องทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อทำต่อเนื่องได้ อานิสงส์ย่อมเกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์จนเห็นได้ทันตา! แม้ในชาติปัจจุบัน!
พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐