สูตรรัฐบาล 8 พรรค ที่ประชาชนคาดหวังจะให้เข้ามาบริหารประเทศ เพื่อการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ตรงไปตรงมา ทำให้การเมืองไทยยกระดับครั้งใหญ่ มาถึงบัดนี้ เป็นไปได้ยากแล้ว
เพราะตัวเลขสส. ของ 8 พรรค จากก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย และอื่นๆ นั้น รวมกันได้ 312 เสียง
เมื่อต้องโหวตแต่งตั้งนายกฯ ต้องหาอีก 64 เสียง ซึ่งชัดแล้วว่า เป็นไปได้ยาก
ในการโหวตนายกฯ ครั้งแรกได้เสียงจากสว. 13 เสียง ส่วนการโหวตรอบ 2 ประเด็นเสนอชื่อซ้ำได้อีกหรือไม่ พบว่า เสียงสว.ลดไป 7 เสียง
ทำให้พรรคก้าวไกลต้องยอมถอย ส่งไม้ต่อให้เพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
แล้วเพื่อไทยจะตั้งรัฐบาลได้อย่างไร เมื่อสว. ยังตั้งกำแพงเหมือนเดิม และพรรคการเมืองอื่นๆ ยืนกรานไม่เอาก้าวไกล!?!
มีผู้เสนอให้ยื้อไปเรื่อยๆ อีก 10 เดือน รอสว.ชุดนี้หมดวาระ ไม่มีอำนาจโหวตนายกฯ ได้อีก ซึ่งเป็นข้อเสนอที่สะใจแต่เป็นไปไม่ได้
ประเทศที่มีรัฐบาลรักษาการ ทำงานภายใต้ข้อจำกัด กระทบประชาชนรุนแรง เศรษฐกิจปากท้องทรุดหนักแน่นอน
แค่เลือกตั้งเสร็จ ผ่านมา 2 เดือนกว่า ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็เสียหายมากมายแล้ว!
จึงทำให้เกิดข้อเรียกร้อง 2 ทาง กลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อเพื่อไทย
ด้านหนึ่งให้ยึดหลักการอุดมการณ์อย่าปล่อยมือ ก้าวไกล อีกด้านคือ รีบๆ ตั้งรัฐบาลเถอะ ยังไงก็ได้ เพราะปัญหาประเทศชาติรอให้มาเร่งแก้ไขมากมาย!!
มองดูแล้ว พรรคเพื่อไทยไม่มีทางเลือกมากนัก
จะให้เพื่อไทยแข็งแกร่งทางความคิดอุดมการณ์แบบพลพรรคก้าวไกล
ก็เป็นไปไม่ได้อีก
ยืนหยัดหลักการไปเป็นฝ่ายค้านกับก้าวไกลหรือ ถ้าเลือกแบบนี้ เชื่อว่าสส.เพื่อไทย ไปรับกล้วยกันทั้งพรรค หรือย้ายหนีกันหมด!!
ต้องยอมรับว่าธรรมชาติของสส.เพื่อไทย ไม่เหมือนสส.ก้าวไกล โดยสส.เพื่อไทยต้องการเป็นรัฐบาล ใช้กลไกรัฐ งบประมาณ ไปดูแลชาวบ้านในเขตเลือกตั้ง
ส่วนสส.ก้าวไกล ได้รับความนิยมจากความแหลมคม แกร่งกล้าความคิดอุดมการณ์ ถ้าต้องเป็นฝ่ายค้าน ยิ่งทำงานตรวจสอบรัฐ ได้คะแนนเสียงถล่มทลายมากขึ้นไปอีก
ที่แน่ๆ เพื่อไทยต้องเดินหน้าตั้งรัฐบาล หาเสียงจากสว. ดึงเสียงสส.จากพรรคอื่นมาร่วม ภายใต้เงื่อนไขไม่เอาก้าวไกล!!
มองแล้วเพื่อไทย คงปล่อยมือก้าวไกล ผสมขั้วการเมืองใหม่ ที่เห็นๆ มีภูมิใจไทย พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนากล้า อะไรเหล่านี้
ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชน ที่คาดหวังการเมืองแบบใหม่ เกิดแรงต่อต้านกว้างขวาง
แต่ก็มีเสียงอีกด้าน เรียกร้องให้เพื่อไทยรีบตั้งรัฐบาล ด้วยเชื่อมั่นในฝีมือเศรษฐกิจ ฟื้นการลงทุน แก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้!
วงค์ ตาวัน