คำยืนยันของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย ที่ระบุชัดเจนพรรคไหนที่ลงมติเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากเพื่อไทย ย่อมอยู่ในสมการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคที่ไม่ได้โหวตให้ย่อมอยู่นอกสมการ
และแม้ว่าล่าสุดนายภูมิธรรมจะยืนยันเสียงที่จะโหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯจากพรรคเพื่อไทยยังอยู่ที่ 278 เสียง ไม่ใช่ 315 เสียงตามที่มีกระแสข่าว
เนื่องจากยังไม่นับรวมพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ยังพูดไม่ชัดเจน รวมทั้งพรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง ที่เพื่อไทยยังไม่ได้ตอบรับ
แต่ก็มีแนวโน้มสูงตามกระแสข่าวที่ออกมาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อีกทั้งสังคมเชื่อไปแล้วว่ารัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของเพื่อไทยจะประกอบด้วย 11 พรรคการเมือง ไม่น้อยกว่า 314 เสียง
ซึ่งพรรคหลักๆ นอกจากพรรคภูมิใจไทย แล้วยังประกอบด้วยพรรค 2 ลุง คือ พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ

โดยสูตรรัฐบาลผสมของพรรคเพื่อไทยตามกระแสข่าว ณ เวลานี้ ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 71 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า 2 เสียง และพรรค 1 เสียงคือ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย ซึ่งทั้ง 8 พรรค ล้วนร่วมเปิดเป็นทางการไปแล้ว
เมื่อบวกรวมกับพรรคพลังประชารัฐที่ประกาสเทให้ 40 เสียง และจากพรรครวมไทยสร้างชาติอีก 36 เสียง และพรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง รวมเป็นรัฐบาลผสม 315 เสียง
และวันนี้สังคมมองไกลไปถึงโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี มากกว่าการจะดูว่ารัฐบาลจะเป็นซีกไหน พรรคไหน
แม้นายภูมิธรรม และแกนนำพรรคเพื่อไทยจะประสานเสียงยืนยัน ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีกับพรรคใดทั้งสิ้น รายชื่อครม.จะเกิดขึ้นจริงหลังโหวตนายกฯ
แต่ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลยอมรับว่าตามประเพณีที่ทำกันมาและเป็นเรื่องปกติ เรื่องโควตาและตำแหน่งรัฐมนตรีก็ต้องมีการพูดคุยเพื่อให้ได้แนวทางที่ชัดเจนระดับหนึ่งก่อนโหวตนายกฯ
ทั้งนี้ เมื่อบวกรวมสมการพรรคร่วมรัฐบาลข้างต้น การคำนวณโควตารัฐมนตรีจะคิดจากสส. 315 คน หารด้วยเก้าอี้รัฐมนตรี 35 ที่นั่ง เฉลี่ยเท่ากับ สส. 9 คน ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี
ตรงกับที่นายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์ รัฐบาลที่มีเสถียรภาพเสียงจะอยู่ที่ 300 หรือ 310 เสียง หารออกมาจะได้ค่าเฉลี่ย สส. 9 คน มีรัฐมนตรีได้ 1 คน และขึ้นอยู่กับการต่อรองและพูดคุยด้วย
ขณะที่สารพัดโผถูกปล่อยออกมาโยนหินถามทาง พรรคเพื่อไทย นอกจากนายเศรษฐา ทวีสิน ที่นั่งนายกฯ อาจได้คุมกระทรวงมหาดไทย ซึ่งหลายโผตรงกันที่ชื่อนายภูมิธรรม เช่นเดียวกับเก้าอี้ รมว.ต่างประเทศ ที่มี นายปานปรีย์ พหิทธานุกร จับจอง
และมีชื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค รองนายกฯควบรมว.ศึกษาธิการ, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ รมว.พลังงาน ส่วนรมว.คมนาคม อาจเป็นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯพรรค หรือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส่วนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ต้องการนั่งรมว.เกษตรฯ
สำหรับเก้าอี้รมว.คลัง และรมว.กลาโหม มีกระแสเพื่อไทยอาจดึงคนอก โดยรมว.คลังมีชื่อ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ.เอสซีบี เอกซ์ ติดโผว่า นายเศรษฐาสนับสนุน

พรรคภูมิใจไทยน่าจะได้ 4 ที่นั่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค อยากคุมกระทรวงสาธารณสุขต่อ มีข่าวว่าอยากได้กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ด้วย
พรรคพลังประชารัฐ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีชื่อ ติดโผตั้งแต่ไก่โห่ จะเป็นรองนายกฯ และอาจนั่งควบรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ บางกระแสว่าควบรมว.กลาโหม

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาฯพรรค สนใจ รมว.เกษตรฯ นายไผ่ ลิกค์ น่าจะได้รมช.มหาดไทย และอีก 1 ที่นั่งไม่แน่ชัดจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงแรงงาน ขณะที่มีชอยส์ถึง 3 ตัวเลือกคือ นายสันติ พร้อมพัฒน์, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์
พรรครวมไทยสร้างชาติ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อาจได้ต่ออายุบนตำแหน่ง รมว.พลังงาน พรรคนี้ยังให้ความสนใจเก้าอี้รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บางโผมีชื่อ นายผยง ศรีวณิช กก.ผจก.ใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย โผล่คั่วเก้าอี้ นอกจากนี้ อาจมีเก้าอี้รมช.อีก 2 กระทรวงติดกระเป๋า

พรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค บ้างก็ว่ายังได้ไปต่อบนเก้าอี้รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ บางว่าจะย้ายไปเป็นรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
ที่ไม่น่าจะมีปัญหาคือ พรรคประชาชาติ ติดทุกโผมาตลอดคือชื่อ พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง นั่ง รมว.ยุติธรรม

น่าสังเกตว่า หลายกระทรวงมีการแสดงเจตจำนงซ้ำซ้อนกัน ทั้งกระทรวงเกษตรฯ คมนาคม พลังงาน ศึกษาธิการ หรือแม้แต่กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ทั้งจากแกนนำในพรรคเดียวกันและต่างพรรค
ทำให้กระทรวงเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยอาจไม่ได้เข้าไปควบคุมดูแลทั้งหมด ซึ่งนายภูมิธรรมยอมรับว่าการเป็นรัฐบาลพรรคร่วมมีข้อจำกัดของแต่ละพรรค ตามสูตรคำนวณเพื่อไทย มีสส. 141 คน จะได้โควตารัฐมนตรี 10 คน ซึ่งจะไม่ยอมจำนนแต่ต้องไปต่อรอง อยากให้การรวมตัวของเราเป็นวาระแห่งชาติ เป็นรัฐบาลพิเศษในสถานการณ์พิเศษ เราไม่อยากให้โควตาเป็นเรื่องหลัก

ส่วนที่สังคมหวั่นครม.ยี้ กลัวคนหน้าเดิมกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีก นายภูมิธรรมชี้แจงว่าอาจใช้วิธีเปลี่ยนกระทรวงที่ดูแล เพื่อความโปร่งใส ส่วนคนที่ถูกกล่าวหาเรื่องทุจริต หรือมีข้อครหาต้องว่ากันตามกฎหมาย ต้องยอมรับผู้ถูก กล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์
แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังเป็นแค่กระแสข่าว ที่ยังต้องมีการพูดคุยต่อรองกันอีก ซึ่งคอการเมืองมองว่าไม่น่าจะลงตัวกันง่าย
โหวตเลือกนายกฯที่ว่ากันว่าครั้งนี้แคนดิเดตจากเพื่อไทยจะผ่านไปได้ แต่ก็ยังไม่อาจฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และนั่นแค่ศึกยกแรก การตั้งรัฐบาลจากนี้จะเป็นอีกด่านหินของเพื่อไทยที่ต้องจับตา