มีแนวโน้มที่รัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 8 ก.ย. จากนั้นเริ่มประชุมครม.นัดแรก 12 ก.ย. เท่ากับรัฐบาลเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการ
วาระด่วนที่รัฐบาลควรเร่งมือทำมีเรื่องอะไรบ้าง มีความเห็นจากนักวิชาการ
นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า เรื่องด่วนที่ต้องทำคือ การทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง
รวมถึงการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เพื่อไทยประกาศ ครม.นัดแรกจะเดินหน้าเรื่องการลงประชามติจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถามว่าทำไมต้องทำเรื่องนี้ก่อนก็เพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีปัญหาด้านความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล ชอบธรรมทางกฎหมายแต่ความชอบธรรมทางการเมืองต่ำ เพราะไม่ทำตามสัญญาเหมือนตอนหาเสียง
ในเมื่อต้นทุนของรัฐบาลต่ำ บวกกับพรรคร่วมรัฐบาลเต็มไปด้วยข้อวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้เพื่อไทยต้องเร่งทำนโยบายหาเสียง เช่น ดิจิทัล วอตเล็ต ค่าแรงขั้นต่ำ หากเร่งทำเรื่องนี้ได้ก็จะทำให้คะแนนนิยม เพิ่มขึ้น คือดีต่อทั้งประชาชนและพรรคเพื่อไทยด้วยเช่นกัน

ส่วนด้านสังคม แม้พรรคเพื่อไทยจะบอกว่าขณะนี้เป็นรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ แต่การปรองดองไม่ใช่ทำแค่รัฐบาลเท่านั้น รัฐบาลอาจต้องตั้งคณะกรรมการปรองดองอีกรอบ จะปรองดองในกลุ่มชน ชั้นนำทางการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีความจริงใจในการปรองดองกับประชาชนด้วยและจำเป็นที่จะต้องทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นด้วยในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
หากทำเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง นโยบายเรื่องสังคมแล้ว ที่ต้องรีบทำอีกคือการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างที่บอก ต้องทำควบคู่กันไปกับเรื่องเศรษฐกิจและสังคม จะเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว เพราะการเมืองไทยที่เป็นปัญหาวันนี้เป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ให้อำนาจสว.มาเลือกตัวนายกฯ ทำให้พรรคลำดับที่ 1 ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเสียหายมากทางการเมือง
พรรคเพื่อไทยจะกอบกู้ภาพลักษณ์ต้องเร่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้เป็นประชาธิปไตยและชอบธรรมกับประชาชนมากที่สุด ถ้าทำได้ภาวะถดถอยและภาวะเรื่องคะแนนนิยมที่ตกต่ำน่าจะกอบกู้ขึ้นมาได้บ้าง
ความคาดหวังต่อรัฐบาลเศรษฐา 1 ในการแก้ปัญหาภาพรวม ไม่ได้หวังกับรัฐบาลชุดนี้มากนัก เพราะเขามีวาระพิเศษ 1.การปรองดองในชนชั้นนำ 2.การร่วมมือกันต่อสู้กับพรรคก้าวไกล และ 3.การนำนายทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน ขณะที่การตั้ง ครม.ก็เป็นตัวแทนของหลายกลุ่ม ไม่ใช่ตัวจริงเสียงจริง
ด้านนายสถาพร เริงธรรม อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่าครม.เศรษฐาต้องทำเร่งด่วนคือเรื่องที่สัญญาไว้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเงินดิจิทัล 10,000 บาท การลดค่าน้ำ ค่าไฟ การลดราคาพลังงาน เป็นต้น
ซึ่งเป็นนโยบายในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชน และเป็นนโยบายเร่งด่วนที่เป็นสัญญาประชาคม รัฐบาลควรทำให้ได้ตามไทม์ไลน์ที่ได้พูดไว้ แต่ขณะนี้ประชาชนเริ่มไม่มั่นใจ เนื่องจากท่าทีของนายกฯ ยังไม่ค่อยชัดเจนว่าจะดำเนินการนโยบายต่างๆ เมื่อไร หรืออย่างไร ยังดูไม่มีความแน่นอน
ย้ำว่าสิ่งที่เคยหาเสียงไว้ควรทำอย่างเร่งด่วนให้ได้ตามที่กำหนด เพราะหากไม่ดำเนินการหรือล่าช้าความเสียหายหนักจะตกอยู่กับพรรคเพื่อไทยเอง ฉะนั้นงานแรกของรัฐบาลคือฟื้นฟูความเชื่อมั่นของตัวรัฐบาล ผ่านการดำเนินนโยบายที่บอกว่าเป็นจุดแข็งด้านเศรษฐกิจ
ถ้ารัฐบาลจะบอกว่าเป็นกลไกทางการตลาดที่ใช้หาเสียงจะอันตรายมาก ประชาชนปัจจุบันไม่เหมือนในอดีต ซึ่งมีกลไกตรวจสอบคุณภาพการทำงานของฝ่ายรัฐบาลในส่วนของภาคประชาชน และการ ตรวจสอบอย่างเข้มข้นของฝ่ายค้าน
ด้านสังคม รัฐบาลควรเร่งทำเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ ทำอย่างไรให้คนไทยมีงานทำ เพราะมีผลเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบเศรษฐกิจ จึงถือเป็นเรื่องใหญ่ รวมถึงทำให้คนที่มีงานทำอยู่แล้วได้ประกอบอาชีพต่อไปอย่างราบรื่น
นอกจากนี้ รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องแก้ เพราะอาจทำให้ภาคการเกษตรมีปัญหาได้ เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนเช่นกัน
ส่วนประเด็นทางการเมือง เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลใหม่ก็ควรต้องทำโดยเร็ว เพราะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาล ที่จะแสดงให้เห็นว่าเมื่อเข้ามาบริหารประเทศแล้วมุ่งมั่นตั้งใจจะปฏิรูปประเทศ
ซึ่งกลไกการปฏิรูปที่สำคัญคือเรื่องรัฐธรรมนูญ จึงเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเร่งรีบดำเนินการ อาจเป็นลักษณะการพูดคุยในสภา หรือรัฐบาลเองที่เป็นตัวกลางขับเคลื่อนเรื่องนี้
ส่วนตัวมองว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลควรขับเคลื่อนให้เห็น ประชาชนจะได้ให้โอกาสรัฐบาลได้มากขึ้น และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้แล้วทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังให้โอกาสรัฐบาลชุดใหม่เป็นบวกอยู่ คือยังมีความหวังอยู่ 60% ว่ารัฐบาลจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ก็อยากฝากรัฐบาลเรื่องของความตั้งใจในการเข้ามาแก้ปัญหาตามนโยบายที่พูดไว้ให้ดำเนินการให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน