วันที่ 28 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา เป็นประธานการประชุม นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงของทหารหาย 2 แสนลิตร โดยมีนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เป็นผู้ชี้แจง
นายจิรัฏฐ์กล่าวว่า เรื่องน้ำมันดีเซลหายคิดเป็นมูลค่า 6 ล้านบาท โดยประมาณ เชื่อว่ากองทัพรู้ว่าใครเป็นคนกระทำผิด ไม่ใช่ทหารเกณฑ์แต่เป็นผู้บังคับบัญชาแน่นอน และมีน้ำมันหายทุกปี จึงอยากทราบว่าจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร และขอสอบถามกรณีผลการเจรจาเรื่องเรือดำน้ำที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ไปพูดคุยกับเยอรมันมาว่าเป็นอย่างไร และเราควรยกเลิกสัญญาทวงเงินกับจีน เพราะเขาไม่สามารถทำตามสัญญาหาเครื่องยนต์เยอรมันมาใส่ในเรือดำน้ำให้ได้ อีกทั้งเครื่องยนต์ของจีนมีข้อบกพร่องหลายจุด ทั้งระบบสื่อสาร ไม่สามารถดำน้ำบริเวณอ่าวไทยที่ลึก 45 เมตรได้
นายสุทินชี้แจงว่า กองทัพตรวจสอบเป็นปกติและตรวจสอบ ทุกเรื่องพบว่าเรื่องน้ำมันมีข้อพิรุธ เบื้องต้นพบดีเซลหาย 215,897 ลิตร ทหารตรวจสอบภายในกันเองอยู่แล้ว ผลมาถึงตนอย่างไรค่อยว่ากัน นี่คือคำขู่โดยมารยาท ยืนยันในฐานะรัฐมนตรีจะไม่ปล่อยปละละเลย สัปดาห์หน้าจะมีสรุปผลจาก ผบ.ทบ เราจะนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษทั้งทางอาญา แพ่งและวินัยในไม่นานนี้แน่นอน ยุคของตนจะมีมาตรการป้องกันคือสอบสวนนำคนผิดมาลงโทษและรื้อระบบตรวจสอบภายใน
เรื่องเรือดำน้ำ ผบ.ทร.สรุปแล้วว่าจะเดินหน้าต่อ กำลังรอว่าเรื่องจะมาถึงตนเมื่อใด สัญญาเรือดำน้ำมีกรอบเวลาอยู่เข้าใจว่าจะหมดในเดือนธ.ค.นี้ ดังนั้น ตนจะไม่ด่วนสรุปแต่จะรอฟังการสรุปจากผบ.ทร.ก่อนว่าทำไมเขาถึงเชื่อมั่นเครื่องยนต์จีน ส่วนกรณีนายกฯ เจรจากับประเทศเยอรมันเป็นมาตรการเสริม ทางใดที่รักษาประโยชน์ของประเทศมากที่สุด เข้าใจในภาวะปกติจะเจรจากับ ผู้ขายไม่ได้แต่ขณะนี้ไม่ปกติ เพราะทราบว่าจะไม่เกิดตามสัญญาทำให้ไทยเสียประโยชน์ ดังนั้นทางใดที่เป็นประโยชน์จึงต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้กองทัพเสียประโยชน์ ส่วนรายละเอียดที่ นายกฯ ไปเจรจาตนยังไม่ทราบรายละเอียด