นายเศรษพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ยอมรับว่าค่าเงินบาทมีความผันผวนสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน มาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า, ความเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวน และราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากค่าเงินบาทของไทยมีความสัมพันธ์กับปัจจัยดังกล่าวอย่างมาก ธปท. ยืนยันไม่มีมาตรการหรือนโยบายที่จะเข้าไปฝืนกลไกตลาด โดยเฉพาะการเข้าไปกำหนดระดับของค่าเงิน เป็นเรื่องไม่มีใครจะมากำหนดได้ ไม่มีและไม่ทำแน่นอน เพราะจะเป็นความเสี่ยงมาก แต่ก็เป็นปัจจัยที่ต้องเข้าไปดูแล
“ธปท.ไม่ได้ต้องการให้ค่าเงินมีความผันผวนสูง เพราะจะกระทบกับภาคธุรกิจต้องปรับตัว แต่ว่าค่าเงินบาทที่อ่อนลงในภาพรวม ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ เพราะไทยยังมีภูมิคุ้มกันในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2566 และ 2567 คาดว่าจะเกินดุลจากแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว เงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง และหนี้ต่างประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ”
นายเศรษฐพุฒิกล่าวว่า การหารือกับนายกรัฐมนตรีเป็นการพูดคุยในหลายเรื่อง บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ตรงไปตรงมา ธปท. ได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจ นายรัฐมนตรี ได้สั่งการบ้านมีทั้งเรื่องที่เห็นตรงกันและไม่ตรงกัน เป็นเรื่องปกติ เพราะว่าเราต่างสวมหมวกกันคนละใบ ต่างรับฟังกันทั้ง 2 ฝ่าย และต่างรับกันไปพิจารณา ยืนยันการทำนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยนโยบาย มีกรอบการดำเนินการที่ชัดเจน มีอิสระในการตัดสินใจ แม้กรอบอัตราเงินเฟ้อต้องหารือกระทรวงการคลัง แต่วิธีการเป็นเรื่องของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่ารัฐบาลมีความขัดแย้งกับ ธปท.ในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ความขัดแย้งคืออะไร ถ้าเป็นในเรื่องความเห็นที่ไม่ตรงกันก็ไม่ใช่ เรื่องแปลก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำงานด้วยกันไม่ได้ ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต จะถือโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อห่วงใยในการดำเนินมาตรการนี้ในคณะกรรมการชุด ดังกล่าว