ศรีสะเกษ – นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.ศรีสะเกษ เผยว่า เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว จ.ศรีสะเกษ ปีฤดูกาลผลิต 2566/67 ได้รับประโยชน์สูงสุดในการจำหน่ายผลผลิตข้าวนาปี จึงให้ทุกอำเภอประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกำนันผู้ใหญ่บ้าน ร่วมบริหารจัดการลานตากข้าวให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์กับเกษตรกร ที่สำคัญป้องกันอันตรายจากการตากข้าวตามถนนหรือขอบถนน ซึ่งถือว่ากระทบต่อส่วนรวม เนื่องจากเป็นเส้นทางสัญจรไปมาของประชาชน ขอให้นำไปตากในลานหมู่บ้านชุมชน พร้อมประสานขอตากในลานวัด หรือบริเวณสนามโรงเรียน ป้องกันอุบัติเหตุหรืออันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่ค่อนข้างมืดมาก
สำหรับพื้นที่ปลูกข้าว จ.ศรีสะเกษ มีประมาณ 3,000,000 ไร่ คาดว่าผลผลิตข้าวเปลือกปีนี้ ประมาณ 1,228,000 ตัน ส่วนใหญ่เกษตรกรจะขายเป็นข้าวสด ในราคาประมาณ 10.50-11.50 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยว ขอให้เกษตรกรชะลอการ ขายข้าว โดยให้ตากและรักษาคุณภาพข้าวจะทำให้มีราคาสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด ที่สำคัญมีความคุ้มค่าต่อการลงทุนด้วย
นางกัญญาณัฐ พรแก้ว อายุ 55 ปี ชาวนา ต.น้ำคำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ขอขอบพระคุณท่าน ผวจ.ศรีสะเกษ ที่ใส่ใจห่วงใยในเรื่องนี้ เพราะครอบครัวทำนา 35 ไร่ ส่วนญาติพี่น้องและชาวนาคนอื่นๆ ในหมู่บ้านเดียวกันต่างพากันทำนาคนละ 10-30 ไร่ เพราะว่าเป็นอาชีพหลัก เมื่อต้องเก็บเกี่ยวข้าวพร้อมกันทำให้สถานที่ตากข้าวเพื่อให้ข้าวแห้งจึงมีสถานที่ไม่เพียงพอ โดยชาวนา 1 ครอบครัวจะต้องตากข้าวเปลือกให้แห้งคนละ 1-2 วัน ทำให้บริเวณโรงเรียน วัด และสถานที่สาธารณะต่างๆ ในบริเวณหมู่บ้านไม่เพียงพอต่อการใช้ตากข้าว จำเป็นต้องใช้บริเวณไหล่ถนนในการตากข้าวให้ข้าวเปลือกแห้ง และทำให้ข้าวเปลือกมีคุณภาพที่ดี สามารถขายได้ราคาดีเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของชาวนา
“ชาวนาที่จำเป็นต้องตากข้าวบริเวณริมถนน ในหมู่บ้านหรือถนนระหว่างหมู่บ้านว่า การตากข้าว ริมถนนอาจจะเป็นการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เนื่องด้วยความจำเป็นของชาวนาที่ไม่มีสถานที่ตากข้าว แต่ต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถ ใช้ถนนผ่านบริเวณที่ชาวนาตากข้าว โดยการทำเครื่องหมายแสดงให้รู้ว่าบริเวณข้างถนนมีการตากข้าวประมาณ 20-30 เมตร เพื่อเป็นการเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน” นางกัญญาณัฐกล่าว