สุรินทร์ – กรณีมีรถรับจ้างจากฝั่งกัมพูชาออกมารับจ้างอยู่ในฝั่งประเทศไทยจำนวนมาก ผ่านด่านถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ ทำให้ส่งผลกระทบต่อรถโดยสารรับจ้างที่ถูกต้องของฝั่งประเทศไทย มีรายได้ที่ลดลงในการรับจ้าง ที่ผ่านมาจ.สุรินทร์ และ จ.อุดรมีชัย ต้องมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ปัญหาและขอความร่วมมือช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวกัมพูชาที่นำแท็กซี่เข้ามารับจ้าง ทราบว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ก็ยังไม่เป็นผล ยังคงมีการนำรถเข้ามารับจ้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ด่านผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ และด่านผ่านแดนช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ

นายสหชาติ คำพูน ขนส่งจังหวัดสุรินทร์ เผยว่า นายสันทัด แสนทอง รองผู้ว่าฯสุรินทร์ เป็นหัวคณะฝ่ายไทย พูดคุยกับ นายฮุน โซเพี๊ย รองผู้ว่าฯอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ประเด็นที่เขาต้องการคือขยายเวลาให้ถึงสิ้นปีทางฝ่ายไทย เคยมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว มีมติว่าจะไม่อนุญาต ต่อไปก็จะเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และก็ผลักดันออกไปไม่ให้มาประกอบอาชีพที่ ผิดกฎหมายในไทย จากการตั้งด่านตรวจตอนนี้ยังไม่พบว่ามีชาวกัมพูชานำรถเข้ามารับจ้าง จะประเมินผลและสุ่มตรวจเป็นระยะจนกว่าแท็กซี่กัมพูชาจะหมดไป ก็คงร่วมกับทหารตำรวจ ทางปกครอง ในการดำเนินการเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งด่าน หรือการหาข้อมูลเชิงลับ และก็มีการสุ่มจับ ขออภัยผู้ที่เดินทางไม่สะดวกในช่วงนี้ แล้วถ้าหากว่าปัญหาของแท็กซี่กัมพูชาหมดสิ้นไป ก็จะกลับมาเป็นปกติ ผู้ที่จะเดินทางเข้าจ.สุรินทร์ ใช้รถโดยสารประจำทาง และหรือรถโดยสารไม่ประจำทาง หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดได้มีมาตรการควบคุมดูแลเป็นอย่างดี เชิญชวนให้มาใช้รถโดยสารเพื่อที่พัฒนายกระดับมาตรฐาน ทำให้ผู้ที่จะเดินทางทั้งชาวไทย ชาวกัมพูชา มีรถที่มีมาตรฐานปลอดภัยไว้ใช้งาน ทั้งนี้หากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องการที่จะมาเที่ยวในประเทศไทย ถ้าท่านนำรถยนต์ส่วนบุคคลเข้ามาเอง ก็ท่องเที่ยวได้หรือว่าไปจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าได้ตามปกติ ถ้าหากไม่ได้นำรถมาก็มีรถรับจ้างไว้บริการทุกประเภท

“ถ้าหากพบรถโดยสารเอาเปรียบ เรื่องราคาค่าโดยสารแพงกว่าปกติ ขอให้แจ้งทาง กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่ง จ.สุรินทร์ สายด่วน 1584 เราจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดและมีผลกับผู้ร้องทุกราย ทางผู้ว่าฯสุรินทร์ให้นโยบายมาแล้วว่า ต้องมีความถูกต้อง เพื่อบริการประชาชนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และเป็นธรรม”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน