260สส.หนุนรัฐบาล-จริงหรือฝัน?

รายงานพิเศษ

กรณี 260 เสียงส.ส.หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับความสนใจอีกครั้ง หลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย มองว่าเป็นแค่ตัวเลขฝัน และไม่รวม 18 เสียงในกลุ่มตนเอง

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยันไม่เคยพูดถึงตัวเลขดังกล่าว และแบ่งรับแบ่งสู้ว่าการรวบรวมเสียงเป็นหน้าที่ของพรรครัฐบาล ทุกพรรค

สรุป 260 เสียงนั้นเป็นจริง หรือแค่ตัวเลขที่เมกขึ้นมา

วิโรจน์ อาลี
คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

260 เสียงซีกรัฐบาลเข้าใจว่าเป็นตัวเลขที่มาจากการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อก.ย.ที่ผ่านมา ที่โหวตจากการอภิปราย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม แต่ต้องเข้าใจว่าทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าใกล้เลือกตั้งไปมากน้อยแค่ไหน รวมถึงความย่ำแย่ในการบริหารจัดการของรัฐบาล เชื่อว่าตัวเลขนี้เปลี่ยนแปลงได้เสมอ ยิ่งตอนนี้มีเกิน 200 กว่าเสียง แต่ไม่ถึง 260 แน่

วันนี้ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ 18 เสียงของกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่จะอยู่ที่ว่าอีกส่วนหนึ่งที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐจะหันมาโหวต หรือเห็นด้วยกับพรรคเศรษฐกิจไทยของร.อ.ธรรมนัส มากน้อยแค่ไหน และต้องดูว่ายังมีกลุ่มคนที่หลงเหลืออยู่ในพรรคพลังประชารัฐ แล้วพอใจในการทำงานของผู้บริหารพรรคชุดใหม่มากน้อยแค่ไหน

ส่วนความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาล คิดว่าจะไม่มีผลทำให้เสียงแกว่งมากเท่าไร ถ้าจะให้ชัดเจนขึ้นก็ต่อเมื่อฝั่งไหนจะชูใครเป็นนายกฯ หรือทุกคนคาดหวังว่าจะได้เก้าอี้มากขึ้นเท่าไร ถึงตอนนั้นคงมีการโจมตีกันสนุก

ถ้าวันใดที่พรรคร่วมรัฐบาลหันมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล จะเป็นสัญญาณว่าความอ่อนไหวเกิดขึ้นกับรัฐบาลแล้ว แต่ ณ ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลยังเกาะกันเหนียวแน่น จะมีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักก็จะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ แต่คนอื่นๆ ยังไม่มากพอ ฉะนั้นก็อยู่กันไปแบบสบายๆไปก่อน

ยังมองว่าคงไม่อยากให้มีการเลือกตั้งเร็วเท่าไร แต่ถ้าจังหวะเริ่มใกล้เลือกตั้งเราอาจจะได้เห็นความไม่มั่นคง ความไม่แน่นอนในการร่วมรัฐบาลได้

ส่วน 18 เสียงในกลุ่มของร.อ.ธรรมนัส จะมีผลต่อการโหวตในสภา หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากน้อยแค่นั้น เท่าที่ดูท่าทีของร.อ.ธรรมนัส เป็นการแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะยกมือสวนรัฐบาล ต้องดูจังหวะอื่นๆ ร่วมด้วย

ท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส เป็นการเพิ่มราคาต่อรองของกลุ่ม ซึ่งไม่ได้มีผลอะไรกับฝ่ายค้าน แต่แน่นอนเรื่องการต่อรองกับฝ่ายรัฐบาลจะเพิ่มขึ้น ต้องรอดูว่า ร.อ.ธรรมนัส จะหาเสียงจากกลุ่มก๊วนที่ยังอยู่ในพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่ เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะชัดขึ้นคือหลังอภิปรายมากกว่า

ส่วนที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะลาออกหรือไม่คงเป็นไปได้ยาก แต่โอกาสยุบสภาเพื่อให้เกิดความได้เปรียบ มีการจัดทัพผลประโยชน์กันใหม่นั้นน่าจะเป็นไปได้สูงมากกว่า พรรคร่วมรัฐบาลก็ชิลชิล พรรคภูมิใจไทยก็ดูดไปเรื่อยๆ พรรคประชาธิปัตย์ก็โวว่ามีคนรุ่นใหม่เลือดใหม่เข้ามาพรรค ก็เก็บแต้มกันไปเรื่อยๆ จนกว่าจังหวะเงื่อนไขต่างๆ ของพรรคพลังประชารัฐจะสุกงอม

วันวิชิต บุญโปร่ง
คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต

ประเด็น 260 เสียง คิดว่าเป็นช่วงเกทับกันไปมา เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า พ.ค.จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจตาม มาตรา 151 ซึ่งจะใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง โดยมีสัญญาณมาจากการอภิปรายทั่วไปก่อนหน้านี้ ซึ่งส.ส.พลังประชารัฐ ไม่แสดงบทบาทการเป็นองครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แต่ปล่อยให้เผชิญหน้ากับปัญหาเอง

ทำให้รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ หวั่นใจกับเสียงที่มีอยู่ จึงไม่แปลกที่ช่วงนี้รัฐบาลพยายามทำงานเต็มที่ โดยอาศัยจังหวะที่กระแสสังคมพุ่งเป้าไปที่ประเด็นอื่น

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ พยายามให้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาช่วย จนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องออกมาบอกว่าจะหาที่ไหนมา เหมือนแบ่งรับแบ่งสู้ แม้รู้ว่าเสียงของเขาสำคัญและจำเป็นมากต่อรัฐบาล แต่ด้านหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ก็รู้สึกกังวลใจว่าจะถูกดูดกลับ

ตอนนี้จึงเป็นช่วงยื้อกันไปมา สุดท้ายแล้วจะมี 260 เสียงได้หรือไม่ เชื่อว่าท้ายที่สุดถ้ามีนายทุนใหญ่ คนมีบารมี มีทรัพยากรก็จะสามารถดึง ส.ส.ในกลุ่มร.อ.ธรรมนัส หรืออาจมีการต่อรองผล ประโยชน์กัน หรือมีนายทุนอีกปีกหนึ่งที่ไม่ได้เป็นฝ่ายร.อ.ธรรมนัส แต่กว้านซื้อกลับ เพื่อให้ยกมือโหวตให้รัฐบาลผ่านไปได้

ความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐหรือพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอนว่าทำให้เสียงแกว่งไปมา สัญญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่พยายามสื่อถึงนายอนุทิน ก็สะท้อนว่าเริ่มไม่มั่นใจส.ส.พรรคพลังประชารัฐว่าจะสนับสนุนตนเองมากน้อยแค่ไหน จึงต้องขอบารมีของนายอนุทินเข้ามาเสริม เพราะรัฐบาล โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์กลัวว่า ส.ส.จะทิ้งเขาในช่วงการอภิปรายนี้ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลไปต่อไม่ได้ทันที

แม้รัฐบาลจะอยู่ในช่วงท้ายและค่อนข้างระส่ำระสายแต่คงอยากอยู่ไปให้ถึงปลายปี เพื่อทำเรื่องสำคัญอีก 2 เรื่อง คือ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 และการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปก เพราะถ้าพลาดท่าเรื่องควบคุมเสียงไม่ได้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จบ

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสเองก็หวั่นใจ เพราะการเมืองไทยอาจซื้อและมีการต่อรองกันได้ ไปๆ มาๆ ร.อ.ธรรมนัสน่าจะอยู่ในภาวะใจดีสู้เสือ เพราะที่จริงแล้วถ้าพล.อ.ประยุทธ์ร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ก็อาจจะผ่านไปได้ ต้องไม่ลืมว่ามีสัญญาณงูเห่าจำนวนมากจากพรรคฝ่ายค้าน

ส่วนการต่อรองภายในพรรคร่วมรัฐบาลนั้นเป็นธรรมชาติของการเมืองคือการต่อรอง และการประนีประนอม ช่วงที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์เข้าใจว่าเล่นการเมืองหรือทำงานการเมือง เพียงเพื่อต้องการรักษาฐานการเมืองและคะแนนนิยมจึงไม่ยืดหยุ่นและก็เกิดปัญหาตามมา ถ้าจะไปต่อ พล.อ.ประยุทธ์อาจต้องยืดหยุ่นหรือยอมตามข้อต่อรอง ก็สามารถทำให้กลับมาเป็นเอกภาพได้ นี่คือธรรมชาติของการเมือง

ดังนั้น ถ้าต่อรองสมประโยชน์ 260 เสียงก็สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ถ้ายังเล่นการเมืองเพียงเพื่อรักษาคะแนนนิยมแบบนี้ แข็งกร้าวแบบนี้ สุดท้ายแล้วอาจไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ส่วนพรรคเล็กที่อาจเป็นตัวแปร ก็คงไม่พร้อมยุบสภาตอนนี้ เขาก็ต้องการต่อรองไปให้ถึงที่สุดเพราะเวลามีค่า อีกทั้งเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเล็กจะไม่มีพื้นที่จึงต้องอยู่ต่อ

ยุทธพร อิสรชัย
คณะรัฐศาสตร์ มสธ.

คิดว่า 260 เสียงคงไม่ง่ายเหมือนเก่า อย่าลืมว่าการเคลื่อนไหวของพรรคเศรษฐกิจไทยที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นตัวแปรที่สำคัญ ก่อนหน้านี้เราได้ยินเรื่องฝ่ายค้านอิสระ วันหนึ่งอาจจะได้เห็นรัฐบาลอิสระก็เป็นได้ ซึ่งก็ได้เห็นจริงๆ จากการให้สัมภาษณ์ของร.อ.ธรรมนัส ที่ว่าพรรคเศรษฐกิจไทยจะเป็นรัฐบาลอิสระ ขณะเดียวกันก็จะเป็นฝ่ายค้านอิสระด้วย

ความไม่ชัดเจนของพรรคเศรษฐกิจไทยอยู่ตรงไหนก็ทำให้สมการการเมืองเปลี่ยน ถ้าสนับสนุนรัฐบาลรัฐบาลก็ไปได้ต่อ แต่ถ้าสนับสนุนฝ่ายค้านก็ทำให้รัฐบาลเข้าสู่ภาวะเสียงปริ่มน้ำ เกมนี้ทำให้ร.อ.ธรรมนัส มีความสามารถในการต่อรอง และ ครั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ต้องการต่อรองเก้าอี้ แต่ต้องการเปลี่ยนตัวนายกฯ

ส่วนตัวเชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งหน้าจะยังไม่เกิดขึ้น จนกว่าร่างพ.ร.ป.ที่เกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งจะพิจารณาเสร็จสิ้น ทุกพรรคต่างก็ต้องการกฎหมายนี้ เพราะเป็นเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่เรียบร้อย ซึ่งมีไฮไลต์สำคัญคือเป็นเขตเดียวเบอร์เดียวหรือหลายเบอร์

เมื่อกฎหมายลูกทั้งสองฉบับเรียบร้อย โอกาสที่จะได้เห็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นไปได้สูงมาก และจะมีเกมล้ม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เหมือนช่วงปลายปี 64 โดยเฉพาะต้องจับตา 18 เสียงของ ร.อ.ธรรมนัส ส่งผลกับรัฐบาลได้ไม่น้อยเหมือนกัน

ปฏิกิริยาของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย นั้นยังอยู่ร่วมรัฐบาลเพื่อการเลือกตั้งครั้งหน้า การตัดสินใจต่างๆ ย่อมยึดประโยชน์ของพรรคมาก่อน ต้องคำนึงถึงภาพใหญ่ของรัฐบาล

แต่การแก้ไขกฎหมายลูก จะเห็นว่าฝ่ายค้านก็ จับมือกับประชาธิปัตย์ ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอื่นสนับสนุนนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธานกมธ.พิจารณากฎหมายลูก สะท้อนภาพว่าพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่เป็นเอกภาพ

ส่วนเสียงของพรรคเล็ก พรรคจิ๋วไม่น่ากังวล ยิ่งพรรคที่มีเพียง 1 ที่นั่ง เชื่อว่ายังไม่อยากเลือกตั้งใหม่ หรือจนกว่าจะสามารถย้ายไปพรรคใหม่ได้ เหมือนที่เราเรียกกันว่าไพบูลย์โมเดล หากเลือกตั้งวันนี้ การเลือกตั้งด้วยกติกาบัตร 2 ใบแบบคู่ขนาน โอกาสที่พรรคเล็กพรรคจิ๋วจะหายไปมีสูงมาก

ดังนั้นจุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องกังวลคือพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า สถานการณ์ในพรรคพลังประชารัฐหลังกลุ่มของร.อ.ธรรมนัสออกไป เหลือกลุ่มใหญ่คือสามมิตร หากกลุ่มนี้เคลื่อนไหวอีกกลุ่มพลังประชารัฐไม่น่าจะไปต่อได้แล้ว

เพราะในพรรคยังมีกลุ่มที่ร.อ.ธรรมนัสใกล้ชิด หรือส.ส.ฝากเลี้ยง ยังมีกลุ่มที่จะย้ายไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ บางกลุ่มจะไปอยู่พรรคสร้างอนาคตไทยของ กลุ่ม 4 กุมาร สถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐจึงเป็นเรื่องที่ต้องระวังด้วย

โอกาสที่รัฐบาลจะอยู่ครบเทอมเป็นไปได้ยาก แต่เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์อยากอยู่ให้ถึงการจัดงานเอเปกเป็นอย่างน้อย แต่บางครั้งสิ่งที่หวังกับสิ่งที่เป็นไม่ได้มาด้วยกัน กว่าจะถึงช่วงเวลาจัดงานในเดือนพ.ย.ยังเหลือเวลาอีกนาน ไม่ใช่โจทย์ที่ง่าย

ข้างหน้ายังมีระเบิดเวลารอให้พล.อ.ประยุทธ์ ปลดชนวนอีกหลายเรื่อง ทั้งการอภิปรายตามมาตรา 151 เรื่องนายกฯ 8 ปี เชื่อว่าต้องมีคนไปร้อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญต้องวางบรรทัดฐานกรณีนี้ต่อไปในอนาคต ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางอนาคตของรัฐบาลและอนาคตทางการเมือง ของพล.อ.ประยุทธ์ด้วย

จำนวนเสียงส.ส.

รัฐบาล 256 คน

พลังประชารัฐ 98 (+งูเห่า 1)

ภูมิใจไทย 68 (+งูเห่า5)

ประชาธิปัตย์ 50

ชาติไทยพัฒนา 12

เศรษฐกิจใหม่ 6

รวมพลังประชาชาติไทย 5

พลังท้องถิ่นไท 5

ชาติพัฒนา 3

รักผืนป่าฯ 2

พรรคเล็ก 7

ฝ่ายค้าน 200 คน

เพื่อไทย 131

ก้าวไกล 46 (-งูเห่า5)

เสรีรวมไทย 10

ประชาชาติ 5(-งูเห่า1)

เพื่อชาติ 6

ไทยศรีวิไลย์ 1

พลังปวงชนไทย 1

หมายเหตุ :ไม่รวมพรรคเศรษฐกิจไทย จำนวน 18 เสียง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน