ความแจ่มชัดในการเลือกตั้ง“ผู้ว่าฯ กทม.” กำหนดทิศทางการเลือกตั้ง “ทั่วไป” ความล่าช้าในการกำหนดวันเลือกตั้งให้กับ “ผู้ว่าฯ กทม.”สะท้อนถึงความไม่แน่นอน ความไม่มั่นใจทางการเมืองที่เกิดขึ้นภายในของ “รัฐบาล” ถามว่าทำไมต้องกำหนดให้ “ผู้ว่าฯ กทม.”อยู่อันดับท้ายสุด ท้ายสุดจากการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อเดือนมีนาคม 2562 เป็นการเลือกตั้งนายกอบจ.ในเดือนธันวาคม 2563 ตามมาด้วยเทศบาลและนายกอบจ. แล้วจึงค่อยเป็นการเลือกตั้งชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าฯ กทม.” วาระของรัฐบาล วาระของการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 คือปัจจัยกำหนด เป็นเรื่องน่าละอายหากจะปล่อยให้การ เลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการทั่วไป เนื่องจากว่างเว้นการเลือก “ผู้ว่าฯ กทม.” มาอย่าง ยาวนาน อำนาจของมาตรา 44 ทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ถูกปลดแล้วแทนที่ด้วยการแต่งตั้ง พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง เข้ามา นั่นเป็น “ตราบาป” มิใช่ “ของขวัญ” อันแสนงาม ถึงอย่างไรวาระของรัฐบาลก็จะต้องจบสิ้นอย่างแน่นอนในเดือนมีนาคม 2566 นับจากเดือนมีนาคม 2565 ก็เหลือเวลาอีกเพียง 1 ปี เวลาที่เหลือ 1 ปีจึงแสนสั้นและอยู่ในห้วงสุดท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะ “ยื้อ” ออกไปได้อีก จำเป็นอยู่เองที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องสร้างความชัดเจนให้กับการเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.”ไม่ว่าผลจะออกหัวหรือออกก้อยก็ตาม นี่คือการไปตายเอาดาบหน้าในทาง การเมือง ระยะเวลาจากเดือนมีนาคมไปถึงเดือนพฤษภาคมจึงมากด้วยความร้อนแรง เป็นความร้อนแรงซึ่งไม่เพียงจะเกิดขึ้นในพื้นที่ “กทม.” หากแต่จะต้องปะทุขึ้นในพื้นที่ของ “เมืองพัทยา” ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ความร้อนแรงนี้สะท้อนภาพจริงในทางการเมือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน