ผ่านไปแล้วอย่างโอ่อ่าอลังการสำหรับงานนิทรรศนการ “กี” ของพรรคเพื่อไทย
ไม่เพียงแต่จะถูกมองด้วยสายตาเคืองๆจากป้าๆทั้งหลาย ไม่ว่าจะจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะจากพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะจากพรรคชาติไทยพัฒนา
หากแม้กระทั่ง “ป้า” ที่อยู่ในพรรคเพื่อไทยก็ยังขวยๆเขินๆ
เพราะหากเทียบจากที่เคยมีการรวมกลุ่ม ส.ส.หญิงแห่งพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยในยุค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นิทรรศนการ”กี”ถือได้ว่าเป็นการ”ก้าวกระโดดใหญ่”
คุณูปการด้านหลักของนิทรรศนการทั้งหมดนี้มาจาก “แคร์ คิด เคลื่อน ไทย”
เป็นพลังแห่งการประสานของ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รวมทั้งผู้อาวุโสที่ยังคงความ “กัมมันตะ” อย่าง นายภูมิธรรม เวชยชัย
เมื่อเข้าไปนั่งอยู่ในคณะกรรมการ “ยุทธศาสตร์” ของพรรค
การจะจัดนิทรรศการเนื่องใน “วันสตรีสากล” อย่างธรรมดาไม่น่าจะเตะตากระทบใจ มีความจำเป็นต้องเก็บรับบทเรียนของ “คนรุ่นใหม่” เข้ามาเต็มพิกัด
จึงปรากฏนิทรรศการ”กี”ขึ้นใน”วันสตรีสากล”
บทบาทและความหมายของนิทรรศการ “กี” คือการปักธงในทางความคิด
เป็นความคิดอันไม่เพียงแต่จะตระหนักต่อบทบาทและความหมายของสตรีที่ดำรงอยู่ในสังคมการเมือง ทั้งระดับสากลและในประเทศ
บทบาทของ “พี่อิ่ม” และ “พี่น้ำ” จึงได้รับการขยาย
ไม่เพียงแต่ขยายไปสู่นิทรรศการ “กี” เท่านั้น หากแต่ยังดึงเอา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มาเป็นประธานในการตัดริบบิ้นเปิดงาน
ท่ามกลางเสียงปรบมืออย่างคึกคักของลุงๆป้าๆ
สังคมจะประเมินและวัดผลจากนิทรรศการ “กี” ในทางการเมืองอย่างไร
คำตอบ 1 ต้องยอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วภายในพรรคเพื่อไทย คำตอบ 1 การเปลี่ยนแปลงนี้มีแนวโน้มสำแดงพลังของ “คนรุ่นใหม่”
และคนรุ่นใหม่จำนวนนั้นมองเห็นพลังของ”สตรี”