ทําไม ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ตื่นเต้นกับการปราศรัยของพรรคก้าวไกลที่ภาคเหนือ
ไม่ว่าจะเป็นเวทีที่ลำปาง ไม่ว่าจะเป็นเวทีที่เชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเวทีที่เชียงราย ไม่ว่าจะเป็นเวทีที่พะเยา
อาจเพราะรู้สึกว่าทั้งหมดนี้เป็นถิ่นของ“เพื่อไทย”
อาจเพราะรู้สึกว่าจำนวน “มวลชน” ที่เข้าร่วมทวีความคึกคักหนักแน่นและหนาตามากยิ่งขึ้นเป็นลำดับโดยเฉพาะที่เชียงใหม่
สะท้อนให้สัมผัสได้ถึง “กระแส” ต่อ “ก้าวไกล”
จะอ่านความคึกคักของพรรคการเมืองจะอ่านจากองค์ประกอบใดเป็นมูลฐาน
คำตอบ 1 อ่านจาก “มวลชน” ที่เข้าร่วม ว่ามีปริมาณขยายตัวเติบใหญ่และมากน้อยเพียงใดในเชิงเปรียบเทียบ
เปรียบเทียบกับ “ตัวเอง” และเปรียบเทียบกับ “พรรคอื่น”
ปรากฏการณ์อย่างที่เห็นจากเวทีเชียงใหม่จะมิได้เป็นเรื่องน่าตื่นตาเท่าใดนัก หากเป็นพรรคเพื่อไทย หากเป็นพรรคประชาธิปัตย์ หากเป็นพรรคภูมิใจไทย
แต่เมื่อเป็น “ก้าวไกล” ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ย่อมตื่นตา
ทําไมของพรรคประชาธิปัตย์ ของพรรคเพื่อไทย ของพรรคภูมิใจไทยจึงธรรมดา
ธรรมดาเพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งตั้งแต่เดือนเมษายน 2489 ธรรมดาเพราะพรรคภูมิใจไทยล้วนเป็น “นักเลือกตั้ง” มาอย่างยาวนาน
ยิ่งพรรคเพื่อไทยถือว่าภาคเหนือเป็นเขตอิทธิพล
แต่กล่าวสำหรับพรรคก้าวไกลอันมีรากฐานมาจากพรรคอนาคตใหม่ ไม่เพียงเป็นพรรคละอ่อนหน้าใหม่ หากแต่ยังไม่มีระบบ “หัวคะแนน”
การได้คนระดับนี้จึงถือเป็น “อภินิหาร” อย่างใหญ่หลวง
จากเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่เชียงใหม่ทุกสายตา จะต้องจ้องจับไปยังพรรคก้าวไกล
จ้องจับหาเหตุอันสามารถดูดดึงให้คนเข้าร่วมได้คับคั่งพรั่งพร้อมถึงเพียงนี้ จ้องจับหาปัจจัยอะไรทำให้พรรคก้าวไกลก่อให้เป็น “กระแส” ขึ้นมาได้
ในยุคของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์