ความเข้าใจต่อ “เสียงก้อง” ในโลกแห่ง “โซเชี่ยล มีเดีย” ละเอียดอ่อน อ่อนไหว
หากติดตาม “บทสรุป” จากผู้อาวุโสแห่งพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น นายอดิศร เพียงเกษ ไม่ว่าจะเป็น นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
มองเห็นว่าเป็น “บทบาท” ในแบบของ “ไอโอ”
นั่นก็คือ มองว่าเป็นการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นระบบ อย่างเป็นกระบวนการโดยพรรคก้าวไกลซึ่งต่อเนื่องมาจากพรรคอนาคตใหม่
เป็น “ฟ้ารักพ่อ” ต่อถึง “ส้มรักพ่อ”
ถามว่ากระแส “ฟ้ารักพ่อ” เกิดขึ้นได้อย่างไร “ส้มรักพ่อ” เกิดขึ้นได้อย่างไร
เป็นการปั่นขึ้นโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อย่างนั้นหรือ เป็นการปั่นขึ้นโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อย่างนั้นหรือ
หากไม่ดูกระบวนการ “ค. ควาย” ก็จะไม่เข้าใจ
อุบัติแห่งการคอมเมนต์ผ่านอักษร “ค. ควาย” มีความเป็นมากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างไร ที่เห็นและเป็นอยู่กับ “พรรคเพื่อไทย” ก็เป็นเช่นนั้น
มิใช่ฝีมือ “ทิม พิธา” มิใช่ฝีมือ “เอก ธนาธร”
กระแสและอาการฟีเวอร์ที่ปรากฏต่อพรรคก้าวไกล คือ กรณี “ศึกษา” แหลมคม
แม้กระทั่ง “อัศวินแห่งคลื่นลูกที่สาม” ยังไม่เข้าใจ แล้วคนอย่าง นายอดิศร เพียงเกษ คนอย่าง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด จะเข้าใจละหรือ
นี่ย่อมสัมพันธ์กับ “หัวคะแนน” โดย “ธรรมชาติ”
คล้อยหลังความต้องการตำแหน่ง “ประธานสภา” ของพรรคอันดับ 2 ปฏิกิริยาก็ตามมากระทั่งติดเทรนด์ทวิตเตอร์อย่างรวดเร็ว
ไม่ว่า #พรรคเพื่อไทย ไม่ว่า #พรรคอันดับ2
มีความจำเป็นที่ชนชั้น “เจ้าอาวาส” ต้องทำความเข้าใจต่อ “โลกสมัยใหม่”
เพราะหากไม่เข้าใจก็อาจถูกทอดทิ้ง อย่างเย็นชา เพราะหากไม่เข้าใจจะกลายเป็นกระต่ายกับเต่าแข่งขันกัน
ใครไม่ทันย่อมเป็น “คนหลงทาง”