กระบวนท่าของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา บ่งชี้ถึง “แนวโน้ม” แห่ง “การตัดสินใจ”

ถามว่าเหตุปัจจัยอะไรทำให้ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการไปดูงาน “รัฐสภา” ที่สิงคโปร์ด้วยความมั่นแน่วอย่างยิ่งยวด

แม้จะถูก “ต่อต้าน” ถูกเยาะเย้ย “ถากถาง”

ไม่ว่าจะมาจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมาจากพรรค รวมไทยสร้างชาติ แต่ก็มิอาจโยกคลอนปณิธานหาญมุ่งของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ได้

การยืนหยัดของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ทรงความหมาย

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายปดิพัทธ์ สันติภาดา กำลังอยู่บนแพร่งแห่ง “ทางเลือก”

เมื่อพรรคก้าวไกลอยู่ระหว่างการตัดสินใจสำคัญในทางการเมือง นั่นก็คือ แรงบีบจากกฎกติกาทางการเมืองให้ต้องเลือกตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน”

บีบให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ต้องตัดสินใจ

การลาออกจากตำแหน่ง “หัวหน้าพรรค” ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มิได้มาจากความไม่แน่นอนอันเนื่องแต่ คำวินิจฉัยของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ประการเดียว

หากที่สำคัญอยู่ที่ความจำเป็นต่อตำแหน่ง “ผู้นำ ฝ่ายค้าน”

ปมเงื่อนอยู่ที่หากต้องการเป็น “ผู้นำฝ่ายค้าน” ก็ต้องทิ้งตำแหน่ง “รองประธานสภา”

ขณะที่ความเป็นจริงนับแต่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ดำรงตำแหน่ง “รองประธานสภา” เป็นต้นมา ความสำเร็จในงาน “เข้าตา”

เดินไปบนหนทางแห่ง “รัฐสภาโปร่งใส” อย่างเปี่ยมด้วยความมั่นใจ

เป้าหมายในการเดินทางไปดูงานรัฐสภาที่สิงคโปร์ก็หนีบ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ นายไกลก้อง ไวทยการ ไปด้วย

สะท้อนว่ายังมั่นคงกับแนวทาง “รัฐสภาโปร่งใส”

การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ของพรรคก้าวไกลจึงมีความสำคัญ

เนื่องจาก นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ยืนยันอนาคตทางการเมืองของตนในตำแหน่ง “รองประธานสภา” จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับ “มติ” พรรค

ถามว่าจะทำตาม “มติ” หรือว่าจะสวนกับ “มติ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน