เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กำหนดไว้ว่าผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ ต้องเป็นผู้ที่พรรคการเมืองเสนอชื่อไว้ในบัญชีบุคคลที่ได้รับเสนอชื่อจากพรรคการเมืองที่ลงสมัครเลือกตั้ง

ต้องแจ้งรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคนั้นๆ มีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกินสามรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง

อีกทั้งยังต้องมีสมาชิกได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปด้วย

การเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น ต้องดำเนินการก่อนวันปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรายชื่อให้ประชาชนทราบ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดวันรับสมัครสส.แบบแบ่งเขต ระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 ให้แจ้งรายชื่อสส.แบบบัญชีรายชื่อและแจ้งรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีภายในวันที่ 28-31 ธันวาคม 2568

ขณะนี้ พรรคการเมืองต่างๆ ที่มีความประสงค์จัดส่งบุคคลลงรับสมัครเลือกตั้ง ได้ทยอยประกาศรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนทั้งสองแบบรวมทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปบ้างแล้ว

พรรคการเมืองใหญ่ ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยนั้น แสดงเจตนารมณ์ส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตทั้ง 400 เขตและแบบบัญชีรายชื่อครบทั้ง 100 คน

ส่วนพรรคการเมืองอื่นนอกจากนี้ อาจส่งผู้สมัครทั้ง 2 ระบบไม่ครบทั้ง 500 คน ด้วยข้อจำกัดของแต่ละพรรค ซึ่งในวันปิดรับสมัครจักได้เห็นข้อมูลสุดท้ายและยอดรวมทั้งหมด

สำหรับรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเปิดเผยออกมาแล้วทั้ง 3 รายชื่อ

ส่วนพรรคภูมิใจไทย ขณะนี้มีความชัดเจนเพียงรายชื่อบุคคลที่เป็นหัวหน้าพรรคเท่านั้น คาดว่าเมื่อใกล้วันเปิดรับสมัครคงจะทราบว่ามีบุคคลอื่นใดอีกบ้าง

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถือว่ามีความสำคัญมากในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง หากได้บุคคลที่โดดเด่น มีความรู้ความสามารถ น่าเชื่อถือเป็นที่ศรัทธาก็จะสามารถนำพาพรรคนั้นๆ ให้ได้รับความนิยมยิ่งขึ้น

การเลือกตั้งครั้งนี้ มีตัวชี้วัดคือสส.แบบแบ่งเขตซึ่งใกล้ชิดพื้นที่ สส.บัญชีรายบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ต้องที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลโดนใจประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน