การออกมายืนยันของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ต่อความชอบธรรม ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดำเนินไปในลักษณะเหมือนกับเป็น “เดิมพัน”ในทางการเมือง
เหมือนกับจะเป็นการท้าสู้กับข้อต่อรองอันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่แท้จริงแล้วเป็นการวัดใจพรรคพลังประชารัฐมากกว่า
คำถามมิได้อยู่ที่ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน มีความลึกซึ้งและแนบแน่นกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างยิ่งอย่างเดียว
หากที่แหลมคมยิ่งกว่านั้นก็คือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่ต้องการให้ชะตากรรมของตนเดินไปบนเส้นทางเดียวกันกับกรณีของ นายสุชาติ ตันเจริญ
นี่คือความคับข้องใจอันดำรงอยู่ภายในพรรคพลังประชารัฐ
ความต้องการตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรของ นายสุชาติ ตันเจริญ มิได้เป็นความลับ เป็นความรับรู้และจัดวางเอาไว้ตั้งแต่เมื่อแรกที่ถูกดึงเข้าไปในพรรคพลังประชารัฐ
แม้เมื่อมีเสียงจาก นายวิรัช รัตนเศรษฐ ว่าต้องการตำแหน่งนี้เหมือนกัน
แต่ นายสุชาติ ตันเจริญ ก็ยืนหยัดสู้กระทั่งกลายเป็นมติของพรรคพลังประชารัฐ ที่แม้กระทั่ง นายวิรัช รัตนเศรษฐ เองก็ออกมายืนยันและยอมรับ
กระนั้น เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ชู นายชวน หลีกภัย ขึ้นมาอยู่ในฐานะแคนดิเดต
พรรคพลังประชารัฐก็อ่อนระเนนเอนราบ
แทนที่ นายสุชาติ ตันเจริญ จะได้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร เขาก็ต้องหลีกทางให้ นายชวน หลีกภัย และไปนั่งอยู่ในตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
ทั้งชนะอีกฝ่ายเพียง 1 คะแนนเท่านั้น
เห็นชะตากรรมของ นายสุชาติ ตันเจริญ ในตำแหน่งประธานสภา ผู้แทนราษฎรแล้ว นักการเมืองรุ่นเดียวกันอย่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็จำเป็นต้องใจหาย
เพราะเป้าหมายของพรรคประชาธิปัตย์คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่ง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เล็งเอาไว้แต่ต้น
จึงจำเป็นต้องถามพรรคพลังประชารัฐว่าจะเอาอย่างไร
เป็นคำถามที่เน้นย้ำอย่างหนักแน่นในตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เลือกตั้งของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน