ถามกันกระหึ่มว่า บางกลุ่ม บางพวก ภายในพรรคพลังประชารัฐที่ คอยบ่อนทำลายชื่อเสียง เกียรติภูมิของ “กลุ่มสามมิตร” ดังที่ นายอนุชา นาคาศัย ระบุออกมาเป็นใคร
คำตอบต้องพิจารณาจากแต่ละคำ แต่ละประโยค
1 เป็นผู้บริหารพรรคเช่นเดียวกับผม 1 เรียกพวกผมว่ากลุ่ม สามมิตรทั้งที่พวกผมเป็นคนของพรรคพลังประชารัฐเป็นลูกน้องของนายกรัฐมนตรีเหมือนกับพวกนั้น
และ 1 ผมยังคอยรับใช้ทำงานให้ในทุกเรื่องที่พวกเขาต้องการจนประสบความสำเร็จให้เสวยสุข แต่ก็ยังรังแกพวกผมให้ร้ายโจมตีพวกผมต่อผู้ใหญ่
1 ใช้สื่อโจมตีเสนอแต่เรื่องไม่ดี ไม่จริงของพวกผมให้นายกรัฐมนตรีและผู้ใหญ่ที่น่านับถือฟัง
เบื้องต้นมีคนจำนวนไม่น้อยนึกเห็นภาพของผู้บริหารระดับสูงของพรรคพลังประชารัฐที่รับรู้และเรียกตนเองว่า “4 ยอดกุมาร”
เพราะมีตอนหนึ่งที่ นายอนุชา นาคาศัย ระบุ
“ในพรรคหากใครมีปัญหาที่ทำไม่ได้ก็มาใช้ผม หัวหน้า เลขาธิการ ผู้อำนวยการพรรคที่ชื่อ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ต่างทราบดี”
เช่นเดียวกับเสียงสำทับในห้วงท้ายของการแถลง
“พวกเขาอาจลืมว่าเคยใช้อะไรผมไว้บ้าง ทิ้งอะไรไว้ที่ผมบ้าง ถ้าผมโดนรังแกจนทนไม่ได้พวกผมก็จะทำให้พวกคุณมีข่าวดังระดับชาติ ขอเตือนด้วยความหวังดี”
แต่หากมองไปยังบทบาทและความหมายของ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ตลอดจน นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ผู้อำนวยการพรรค
ก็ยากที่จะเห็นคล้อยตามว่าเป็นการสื่อโดยตรงไปยัง หัวหน้า พรรคเลขาธิการพรรค และผู้อำนวยการพรรค เพราะหากเป็นจริงก็ละเอียดอ่อนและล่อแหลมอย่างยิ่ง
ล่อแหลมว่า นายอนุชา นาคาศัย จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร
สถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐก้าวมาถึงจุดอันร้อนแรงถึง เพียงนี้จึงเรียกร้องความรับผิดชอบของ หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เป็นอย่างสูง
ไม่ว่าการประกาศออกมาของ นายอนุชา นาคาศัย จะหมายถึงใคร
แต่ก็เป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าและเลขาธิการเต็มๆ