ต้องเป็นไปตามรธน.
คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
ต้องเป็นไปตามรธน. – เมื่อครั้งนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ก่อนที่เข้าบริหารราชการแผ่นดินนั้น ปรากฏว่ามีประเด็นที่น่าสนใจและน่าสงสัยอย่างน้อย 2 เรื่อง
ประเด็นแรก ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่กล่าววาจาไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 161 บัญญัติไว้
พร้อมกับนำไปเปรียบเทียบกับกรณีนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อครั้งรับตำแหน่งครั้งแรก ในพุทธศักราช 2557 นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้
เมื่อกล่าวไม่ครบและมีข้อความขาดหายไป จะถือว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
นอกจากนี้ พรรคเสรีรวมไทย ระบุว่าการแถลงนโยบายในครั้งนี้ อาจไม่ครบตามองค์ประกอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 เพราะไม่ได้ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายที่แถลง
สำหรับประเด็นนี้ ได้ยื่นร้องให้ประธานรัฐสภาวินิจฉัยแล้ว ขณะที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนของพรรคฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรคก็จะติดตามตรวจสอบด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม มาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทําใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการ กระทํานั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้”
ข้อสังเกตทั้งหมดนี้ จึงมีความสำคัญ และจะต้องทำให้เกิดความชัดเจน
เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ อันอาจจะเกิดขึ้น ทั้งในแง่ความสมบูรณ์ครบถ้วน มีความชอบธรรม สอดคล้องและเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายสูงสุด และไม่ส่งผลเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดินทั้งที่ผ่านมา ปัจจุบัน และอนาคต
อีกทั้ง เพื่อมิให้รัฐบาลนี้เป็นที่ครหาว่าด่างพร้อย มีความน่าสงสัย จนภารกิจทั้งปวง ความสุ่มเสี่ยงที่อาจจะบานปลาย ถึงขั้นโมฆะไม่มีผล หรือขาดความสมบูรณ์ไป
ประเด็นข้อสงสัยทั้งสองเรื่องอันได้แก่ ที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้ได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 มาตรา 162 ครบถ้วน และไม่ฝ่าฝืนมาตรา 5 หรือไม่ จึงต้องทำให้กระจ่างชัด
สุดท้ายถึงกระนั้นต้องยื่นร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ก็จำเป็นต้องดำเนินการ
อ่านข่าว