FootNote:กุมภาพันธ์อันมีความหมาย ไม่ว่ารัฐบาล ไม่ว่าฝ่ายค้าน
ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรีที่เริ่มจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ไปยังอีก 7 คนมีความสำคัญ
ไม่เพียงเพราะเป็นการอภิปรายทั่วไปต่อรัฐมนตรีอันมาจากคสช. อันมาจากพรรคพลังประชารัฐ
หากที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ยังครอบคลุมไปยัง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังครอบคลุมไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
หากรวบเอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าพรรค 250 ส.ว.เข้าไปด้วยก็หมายความว่าหัวหน้าพรรคขนาดใหญ่ในรัฐบาล ไม่ว่าพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ล้วนถูกอภิปราย
ขณะเดียวกัน ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปครั้งนี้ก็เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่มีความร้อนแรง แหลมคมอย่างเป็นพิเศษ จากการแพร่ระบาดของโควิดและการชุมนุมของราษฎร
ทุกสถานการณ์ล้วนถูกประมวลให้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการ ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครบถ้วน
คำถามอยู่ที่ว่าภายใต้สถานการณ์อันร้อนแรงและแหลมคมในทางการเมืองเช่นนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยสามารถจัดทัพในการอภิปรายทั่วไปมีประสิทธิภาพเพียงใด
บทเรียนจากการอภิปรายทั่วไปเมื่อปี 2563 มีความเด่นชัดว่าข้อบกพร่องหละหลวมมาจากพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นด้านหลัก
นั่นก็คือ การไม่สามารถควบคุมคนของตนให้อยู่ภายในเนื้อหาและเวลาที่ตกลงกันไว้ได้ ทำให้ในที่สุดมีรัฐมนตรีสำคัญบางคนหลุด พ้นไปจากการอภิปรายทั่วไปอย่างชนิดลอยนวล
ผลก็คือ แทนที่สังคมจะแสดงความไม่ไว้วางใจต่อรัฐมนตรีจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับทอดตามองไปยังพรรคเพื่อไทยด้วยความไม่ไว้วางใจ
บทเรียนจากความล้มเหลวนี้อย่าคิดว่าสังคมจะให้ความเชื่อถือ
ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปครั้งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้จึงเป็นห้วงเวลาสำคัญในการปรับตัวและแก้ไขจุดอ่อนความบกพร่อง
ไม่ว่ามองไปยังฟากของรัฐบาล ไม่ว่ามองไปยังฟากของฝ่ายค้าน ไม่มีใครรู้อย่างแน่ชัดว่า อะไรคืออาวุธสำคัญของฝ่ายค้าน อะไรคืออาวุธสำคัญของรัฐบาล
สังคมโดยทั่วไปมีทั้งความไม่มั่นใจต่อรัฐบาลและความไม่มั่นใจต่อฝ่ายค้าน ตรงนี้เองที่จะเป็นเวลาในการพิสูจน์ตนเอง