FootNote:ผละสะเทือนประท้วงซ้ำซาก สร้างความเบื่อหน่าย รำคาญ
บทบาทในการประท้วง ไม่ว่าจะมาจาก นายไพบูลย์ นิติตะวัน ไม่ว่าจะมาจาก น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ไม่ว่าจะมาจาก นายสิระ เจนจาคะ ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง
สัมผัสได้จากการที่นามของ ส.ส.เหล่านี้ปรากฏอยู่ในพาดหัวข่าวของสื่อหนังสือพิมพ์แทบจะทุกฉบับ
กลายเป็นนามที่ติดปาก ติดหูของสังคม
เพราะพลันที่ได้ยินคำว่า “สถาบันพระมหากษัตริย์” หลุดออกมาจากปากของฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ว่าจะเป็น นายธีรัจชัย พันธุมาศ
ส่งผลให้ทั้ง นายไพบูลย์ นิติตะวัน และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ตลอดจน นายสิระ เจนจาคะ ต้องเกิดอาการทนไม่ได้และต้องยืนขึ้นประท้วงโดยอัตโนมัติ
การที่แต่ละนามได้กลายเป็น”บิ๊กเนม”และอยู่ในความสนใจจึงสามารถเข้าใจได้ว่าเป็นเพราะอะไร
คำถามอยู่ที่ว่าเป็น”บิ๊กเนม”ในด้านดี หรือในด้านร้าย
หากประเมินผ่านแต่ละคำพูดของ ส.ส.บิกเนมแห่งพรรคพลังประชารัฐ ก็เด่นชัดอย่างยิ่งในเป้าหมายของการประท้วงอย่างต่อเนื่อง ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
1 เพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายค้านบรรลุเป้าหมายตามที่เขียนเอาไว้ใน”ญัตติ”ที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร
นี่ย่อมเป็นการทำหน้าที่”องครักษ์”พิทักษ์”รัฐบาล”ตามปกติ
ขณะเดียวกัน ในอีกด้าน 1 ผลของการประท้วงอย่างซ้ำซาก และต่อเนื่องเช่นนี้ยังก่อให้เกิดการสะดุดหยุดชะงักของการอภิปราย จากฝ่ายค้าน
ก่อให้เนื้อหาที่ตระเตรียมมาเป็นอย่างดีถูกตัดทอนและลดความสำคัญลงไปโดยอัตโนมัติ ผลข้างเคียงที่มิอาจปฏิเสธได้ก็คือทำให้เกิดความเบื่อหน่าย รำคาญ
คนที่ขาดความอดทนก็เพิกเฉยร้างลาไม่ติดตามการอภิปราย
ในที่สุดแล้วบทบาทและความหมายของการอภิปรายทั่วไปก็หมดสิ้นลงไปและขาดความสำคัญ
บทบาทเฉพาะหน้าของการประท้วงก็คือการลดทอนความสำคัญของการอภิปราย ไม่ว่าฝ่ายค้านจะมีการตระเตรียมมาเป็นอย่างดีเพียงใดก็ตาม
บทบาทในระยะยาวก็คือ การตรวจสอบและการควบคุมไม่อาจทำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดเอาไว้ในเป้าหมาย