FootNote:เปลวไฟภายในพลังประชารัฐ กับสถานะประยุทธ์ จันทร์โอชา

เมื่อเกิด “รอยร้าว” ระหว่างกลุ่มสามมิตรของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กับ”กลุ่ม 4 กุมาร”อันมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นหัวขบวน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ”นายกรัฐมนตรี”รู้สึกอย่างไรในทางการเมือง

ในเบื้องต้นได้ออกมาพยายามจะกลบเกลื่อนและทำให้ “รอยร้าว”อันร้าวลึกจางจากหายไป กระทำถึงขั้นออกมาการันตีว่าไม่มีปัญหา ทุกคนอยู่กันด้วยความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว

แต่พลันที่ นายอนุชา นาคาศัย นายสุชาติ ชมกลิ่น ออกมาผลักรุนให้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เดินหน้าว่ามีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในพรรค

นั่นก็คือ การชู พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทะยานจากตำแหน่ง ประธานยุทธศาสตร์ไปอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแทน นายอุตตม สาวนายน

ในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จำเป็นและจำใจต้องยอมรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

กรณีของ 6 ส.ส.”กลุ่มดาวฤกษ์”อาจเสมอเป็นเพียงปลายบนสุดแห่งภูเขาน้ำแข็งที่ซ่อนตัวอยู่ภายในพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็เป็นสภาพที่เกิดขึ้นภายหลังญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ

คล้ายกับจะเป็นปัญหาระหว่างพรรคภูมิใจไทยที่ไม่พอใจต่อท่าทีและการลงมติของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ

แต่ภายในการเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้เกิดขึ้น และดำรงอยู่ภายหลังจากญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป ดำเนินไปด้วยความเข้มข้นและผลการลงมติสะท้อนให้เป็นปัญหาที่หมักหมมสะสมอย่างมากมาย

เพียงแต่เมื่อพรรคภูมิใจไทยเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง ระลอกคลื่นแห่งความไม่พอใจนี้จะก่อให้เกิดภาวะสั่นสะเทือนตามมาภายในพรรคพลังประชารัฐ

เพราะภายในพรรคพลังประชารัฐก็มี”กองฟืน”รอการสุมอยู่

เป็นกองฟืนอันมาจาก 263 คะแนนของ นายสุชาติ ชมกลิ่นและ 258 คะแนนของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีจะพูดอย่างไรก็ได้เหมือนที่เคยพูดมาแล้วเมื่อเกิดกรณีกดดัน”กลุ่ม 4 กุมาร”ขึ้นจากภายในพรรคพลังประชารัฐกระทั่งลามไหม้ไปยัง”ครม.”

มั่นใจได้เลยว่า กรณี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ จะไม่จบลงเพียงแค่คำ”ขอโทษ” แต่จะไปไกลอย่างชนิด โก โซ บิ๊ก กว่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน