คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

ไทยในเวทีโลก

การประชุมใหญ่ของโลก เวทีรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ UNFCCC สมัยที่ 26 หรือ COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร เป็นเวทีความร่วมมือครั้งสำคัญของรัฐบาลนานาประเทศที่มีประชาชนนานาชาติติดตามอย่างจริงจัง

เพราะหลักฐานความเสียหายและผลกระทบร้ายแรงจากภาวะโลกร้อนนั้นชัดเจนขึ้นทุกที

ปีนี้เห็นได้ว่าพื้นที่ที่เคยแห้งหรือแล้งกลับเผชิญฝนตกหนักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จากสภาพอากาศรุนแรงสุดขั้ว

ความชัดเจนนี้ทำให้ประชาชนคนรุ่นใหม่ทั่วโลกกดดันรัฐบาลอย่างหนักว่าถึงเวลาต้องลดการปล่อยก๊าซที่ก่อภาวะเรือนกระจกทำลายชั้นบรรยากาศโลก

สำหรับไทย ไม่ได้เป็นประเทศใหญ่ที่ถูกจับตา แต่มีภารกิจที่ต้องร่วมแก้ไขปัญหา โดยต้องตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้สูงสุดภายในปีค.ศ.2030 หรือพ.ศ.2573

การตั้งเป้าหมายดังกล่าวของไทยไม่ว่าจะเป็นการลดลงจากปี 2562 ให้ได้ร้อยละ 20-25 ที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่ทันการณ์ หรืออาจเพิ่มเป็นร้อยละ 50 ล้วนถูกจับตาว่าต้องทำให้ได้จริง

การเมือง ณ วันนี้ รัฐบาลต้องทำผลงานให้ได้เห็นเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการตั้งเป้าหรือทำสัญญาไปก่อน

ภารกิจนี้กดดันให้ทุกพรรคการเมืองต้องปรับตัวตอบสนองคนรุ่นใหม่ให้ได้ เพราะคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่จะรุนแรงมากขึ้นในอนาคต

รายงานของทางการไทยที่ส่งถึงสำนักเลขาธิการ UNFCCC เมื่อเดือนธันวาคม 2563 ระบุตัวเลขปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของไทย ในปี 2559 จำนวน 263 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์

อยู่อันดับที่ 20 ของโลก หรือคิดเป็นร้อยละ 0.8 ของก๊าซเรือนกระจกที่มีการปล่อยทั่วโลก

ปริมาณและอันดับดังกล่าวสะท้อนว่ารัฐบาลล้มเหลวหรือบรรลุเป้าหมายได้เพียงใด

ดังนั้นแม้การประชุมครั้งนี้ รัฐบาลจะภาคภูมิใจว่าเป็น 1 ใน 3 ของประเทศอาเซียนที่นำส่งยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ร่วมกับสิงคโปร์และอินโดนีเซีย

แต่ผลงานการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์และเป้าหมายคือเครื่องพิสูจน์ที่สำคัญ และต้องสื่อสารกับประชาชนด้วยข้อเท็จจริงเพื่อขอความร่วมมืออย่างจริงจัง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน