FootNote : แนวทางการเมืองประชาธิปัตย์ ถอดรูปจาก ธรรมนัส พรหมเผ่า
ชัยชนะของ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ต่อ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ในการทะยานเข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบงานภาคใต้
ไม่เพียงแต่เป็นชัยชนะในเชิง ‘ยุทธวิธี’ หากแต่ยังสะท้อนถึงทิศทางแห่ง ‘ยุทธศาสตร์’ พรรคประชาธิปัตย์
หากมองจากการดำรงอยู่ของ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ดำเนินไปภายใต้การหนุนเสริมจาก นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รวมถึง นายสุทัศน์ เงินหมื่น
เท่ากับการที่เสียงส่วนใหญ่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงคะแนนเลือก นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เท่ากับปฏิเสธแนวทางของผู้อาวุโส 3 คนแห่งพรรคประชาธิปัตย์ไปด้วย
คำถามก็คือ แนวทางในแบบ นายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นแนวทางอย่างไรในทางการเมือง
เรื่องนี้ต้องศึกษาจาก ‘ถ้อยคำ’ ของ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ที่อิงเหตุผลและคำพูดของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นหลัก
ในการประชุมที่นครศรีธรรมราช ก่อนการเลือกตั้งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคในที่ประชุมพรรคเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายเดชอิศม์ ขาวทอง ได้ยืนยันเหตุผลและความเหมาะสมของตน
โดยการอ้างอิงคำพูดในลักษณะตัวต่อตัวของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ต่อ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ทำนองว่า
การเป็นรองหัวหน้าพรรคในแบบของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อาจไม่เหมาะสมแล้วกับสภาพการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก
ต้องได้คนอย่าง นายเดชอิศม์ ขาวทอง เท่านั้นจึงเหมาะสม และสามารถสู้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้อย่างถึงลูกถึงคน
การที่ส่วนข้างมากของพรรคประชาธิปัตย์เลือก นายเดชอิศม์ ชาวทอง มาเป็นรองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบงานภาคใต้ ก็เพราะประเมินว่ามีฝีมือพอจะสู้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้
ท่วงทำนองของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นอย่างไร นั่นก็คือคุณสมบัติที่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง มีและพร้อมจะต่อสู้
และนี่คือแนวทางการเมือง ‘ใหม่’ ของพรรคประชาธิปัตย์