FootNote เงาสะท้อน 12 ปี 10 เมษายน มวลชน คือวีรชน คือคำตอบ

แสงแห่งสปอตไลต์ที่ฉายจับไปยังเงาร่างของ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ในห้วงแห่งการเคลื่อนไหว 12 ปีของสถานการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน สะท้อนบทบาทและความหมายอะไร
เหมือนกับเป็นการสะท้อนความวีระอาจหาญของวีรชนคนเสื้อแดงที่เสียสละชีวิตในการล้อมปราบอันเหี้ยมโหดนั้น
กระนั้น ปรากฏการณ์ที่มีการแยกจัดอย่างน้อยก็ 2 เวทีขึ้นโดยเวทีหนึ่งนำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่พีซทีวี และอีกเวทีหนึ่งที่นำโดย นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ที่อนุสรณสถาน 14 ตุลาคม
ขณะเดียวกัน ก็เป็นการจัดโดยถือเอาจุดเด่นของ “คนเสื้อแดง” เป็นสัญลักษณ์โดยมิได้เอ่ยถึง “นปช.” อันเคยเป็นองค์กรหลักในการนำการต่อสู้ก็สะท้อนสถานะและการดำรงอยู่ของ “นปช.”
“นปช.” ซึ่งเคยเป็นองค์กรแนวร่วมในความเป็นพันธมิตรอยู่กับพรรคเพื่อไทยอาจยังดำรงอยู่แต่ก็มิได้ดำรงอยู่อย่างสมบูรณ์ในทาง
การจัดตั้งหากดำเนินไปในลักษณะแม่น้ำแยกสาย ไผ่แยกกอ
นั่นก็คือ ศูนย์การนำหนึ่งขึ้นอยู่กับ “ประธานนปช.” นั่นก็คือ ศูนย์การนำหนึ่งขึ้นอยู่กับ “เลขาธิการนปช.”

ถึงแม้การดำรงอยู่ในลักษณะของ “องค์กร” อาจมิได้มีการประกาศยกเลิก แต่ลักษณะ “การนำ” ก็ดำเนินไปอย่างแยกส่วนอย่างเด่นชัดในทางรูปธรรม
การหาทางออกที่เหมาะสมด้วยการใช้คำว่า “คนเสื้อแดง” แทนคำว่า “นปช.” จึงถือว่าสอดรับกับสภาพความเป็นจริง
คำถามอยู่ที่ว่าโดยรูปการดำรงอยู่ของ “คนเสื้อแดง” บทบาทและความหมายจะมองได้อย่างไรในทางการเมือง ส่วนหนึ่งอาจอยู่ที่ ตัวบุคคลและการนำ
แต่องค์ประกอบที่สำคัญมากยิ่งกว่ายังอยู่ที่ทิศทางและแนวทางการนำได้รับการยอมรับจากมวลชนมากน้อยเพียงใดและเชื่อม
ประสานกับคนอีกรุ่นได้อย่างมีกัมมันตะมากน้อยเพียงใดอีกด้วย

หากมองในเชิงเปรียบเทียบก็ต้องยอมรับว่า แสงแห่งสปอตไลต์ฉาย จับไปยังการเคลื่อนไหวที่อนุสรณสถาน 14 ตุลาคมเป็นหลัก และการเคลื่อนไหวที่พีซทีวีตกอยู่ในด้านรอง
ไม่ว่าจะมองการเข้าร่วมของเพื่อไทยหรือก้าวไกล
ยิ่งกว่านั้นก็คือการดำรงอยู่ในลักษณะอันเป็น “สะพานเชื่อม” ของคนรุ่นใหม่อย่าง “ราษฎร” และ “ทะลุฟ้า”
การเข้าร่วมของ “มวลชน” จึงเท่ากับเป็นปัจจัยชี้ขาดแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน